ย้อนรอย 5 เหตุการณ์ “เลวร้าย” ในประวัติศาสตร์ ที่โลกไม่มีวันลืม

ประวัติศาสตร์ หมายถึง เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีต อาจจะเป็นสิ่งที่มนุษย์ได้กระทำขึ้นหรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติก็ได้ ประวัติศาสตร์มีทั้งเรื่องราวที่ “ดี” น่าจดจำ และแน่นอนมันก็ต้องมีเรื่องราวที่ “เลวร้าย” และนี่คือการย้อนรอย 5 เหตุการณ์ “เลวร้าย” ในประวัติศาสตร์ ที่โลกไม่มีวันลืม

 

อันดับ 1

Tohoku Earthquake

“แผ่นดินไหวโทโฮะกุ” เป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ในญี่ปุ่นเกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้มีความแรงถึง 9.0 ริกเตอร์ ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิทำลายล้างสูงที่สุดถึง 40.5 เมตร แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศญี่ปุ่น

Tohoku-Earthquake_2

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 15,729 ราย บาดเจ็บ 5,719 ราย และสูญหาย 4,539 ราย ในพื้นที่สิบแปดจังหวัด อาคารถูกทำลายได้รับความเสียหายกว่า 125,000 หลัง รวมถึงเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิเกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล

bandicam-2015-12-10-19-25-33-261_2

 

bandicam-2015-12-10-19-11-35-246_2

 

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาประกาศว่ามูลค่าความเสียหายจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิอาจมีมูลค่าสูงถึง 309,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นภัยธรรมชาติที่มีมูลค่าความเสียหายมากที่สุดนับแต่มีบันทึกมา ถือเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงและยากลำบากที่สุดสำหรับชาวญี่ปุ่น

bandicam-2015-12-10-19-26-22-837_2

 

bandicam-2015-12-10-19-10-44-825_2

 

bandicam-2015-12-10-19-11-02-335_2

 

อันดับ 2

Los Angeles Riots

“ลอสแองเจลิสจราจล หรือ ร็อดนีย์คิงส์จราจล” คือเหตุจราจลที่ร้ายแรงและสร้างความเสียหายสูงสุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของอเมริกา ในปี 1992 ต้นเหตุเกิดจาก ‘ร็อดนีย์ คิงส์’ ผู้ต้องหาผิวดำที่เสียชีวิต จากการกระทำเกินกว่าเหตุของตำรวจผิวขาว 4 นาย โดยมีกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพการกระทำอันโหดร้ายไว้ได้

bandicam-2015-12-10-19-14-22-638_2

 

แต่แล้วเมื่อมีการตัดสินคดี นายตำรวจผิวขาวทั้ง 4 นายกลับลอยนวลผ่านกระบวนการศาลอย่างไม่มีความผิดใดใด สร้างความไม่พอใจให้กับชาวผิวดำเป็นอย่างมากจึงเกิดเป็นสาเหตุของการจราจลทางเชื้อชาติที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยที่ตำรวจไม่สามารถรับมือได้

Los-Angeles-Riots_2

 

bandicam-2015-12-10-19-13-35-388_2

 

อันดับ 3

Berlin Wall Falls

“การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน” กำแพงเบอร์ลิน คือสัญลักษณ์ของสงครามเย็นที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1961 โดยสหภาพโซเวียดที่ทำหน้าที่ปกครองประเทศเยอรมนีตะวันออกในขณะนั้น ได้สร้างกำแพงคอนกรีตแห่งนี้ให้แบ่งแยกเยอรมนีออกเป็น 2 ส่วนระหว่างตะวันตกและตะวันออก

bandicam-2015-12-10-19-16-30-072_2

 

หลังจากกำแพงคอนกรีตนี้ถูกสร้างขึ้นได้นำความสูญเสียมาสู่ชาวเยอรมนีจำนวนมากจากการปกครองแบบระบบคอมมิวนิสต์ อีกทั้งหากมีการหลบหนีที่กำแพงนี้จะมีระเบิดฝังเอาไว้จำนวนมาก มีหอคอยของทหารรักษาการณ์ กว่า 300 หอ ที่พร้อมจะยิงทุกคนที่พยายามจะข้ามไปฝั่งตะวันตก

berlin14-1

 

มีชาวเยอรมนีตะวันออก มากกว่า 100,000 คน ที่พยายามข้ามกำแพงเบอร์ลิน แต่ประสบความสำเร็จเพียง 5,000-10,000 คนเท่านั้น หลายคนเสียชีวิตเพราะถูกทหารยิง บางส่วนเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เช่น จมน้ำในแนวแบ่งเขตกลางแม่น้ำ

bandicam-2015-12-10-19-15-32-144_2

 

แต่เมื่อปี 1989 ชาวเยอรมันตะวันออกจำนวนมหาศาลได้รวมตัวกันประท้วงต่อต้านรัฐบาลจนได้รับชัยชนะ แล้ววันล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินก็มาถึง คงเหลือไว้เป็นซากปรักหักพังบางส่วนไว้เป็นอนุสรณ์ปิดฉากพรมแดนที่ถูกปิดกั้นรวมทั้งสิ้น 28 ปี

Berlin-Wall-Falls_2

 

อันดับ 4

Manila Hostage Crisis

“วิกฤตตัวประกันมะนิลา” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ปี 2010 นายโรลันโด เมนโดซา อดีตนายตำรวจสัญญาบัตรระดับสูงของประเทศฟิลิปปินส์ โกรธแค้นที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง จึงก่อการจี้ชิงตัวประกันที่อยู่บนรถบัสของคังไท่ ทราเวล เซอร์วิส เป็นรถทัวร์ที่มีนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงจำนวน 25 คน โดยมีเงื่อนไขขอกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง

bandicam-2015-12-10-19-18-59-531_2

 

แต่การเจรจายุติสถานการณ์ตึงเครียดล้มเหลว ตำรวจฟิลิปปินส์จึงตัดสินใจบุกชิงตัวประกันและยิงคนร้ายเสียชีวิต แต่คนร้ายได้ทำการสังหารตัวประกันชาวฮ่องกงไปทั้งหมด 8 ศพ สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวของเหยื่ออย่างประเมินค่าไม่ได้

Manila-Hostage-Crisis_2

 

โศกนาฎกรรมครั้งนี้นักข่าวส่วนใหญ่ทั้งสื่อใน และต่างประเทศ มีความเห็นตรงกันว่า เป็นปฏิบัติการช่วยตัวประกันที่ล้มเลวโดยสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่ไม่มีประสบการณ์ และความเป็นมืออาชีพ สั่งการอย่างล่าช้า ทำให้ต้องสูญเสียตัวประกันหลายคน ทั้งๆ ที่คนร้ายมีเพียงคนเดียว

bandicam-2015-12-10-19-17-34-414_2

 

bandicam-2015-12-10-19-18-17-948_2

 

อันดับ 5

Munich Olympics Hostage Situation

“เหตุการณ์ก่อการร้ายในมิวนิค” เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี ค.ศ.1972 ที่เมืองมิวนิค เยอรมันตะวันตก นับเป็นโศกนาฏกรรมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์โอลิมปิก

Munich-Olympics-Hostage-Situation_2

 

เมื่อกลุ่มโจรผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มกันยาทมิฬ (BLACK SEPTEMBER) ทั้งหมด 8 คน พร้อมอาวุธปืนและระเบิดมือ บุกเข้าโจมตีหอพักนักกีฬาชาวอิสราเอลในหมู่บ้านนักกีฬา สังหารนักกีฬาอิสราเอลเสียชีวิตทันที 2 ราย พร้อมกับจับตัวนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ชาวอิสราเอล 9 รายไว้เป็นตัวประกัน

bandicam-2015-12-10-19-20-17-095_2

 

ผู้ก่อการร้ายได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวสมาชิกของกลุ่มจำนวน 236 ราย ที่ถูกจองจำอยู่ทั่วโลก แต่การเจรจาล้มเหลว ผู้ก่อการร้ายจึงทำการสังหารตัวประกันทั้ง 9 ราย สุดท้ายผู้ก่อการร้ายก็ถูกยิงเสียชีวิต 5 ราย ยอมมอบตัว 3 ราย ส่งผลให้โอลิมปิกที่มิวนิคกลายเป็นโอลิมปิกแห่งความเศร้า ธงถูกลดลงครึ่งเสา เพื่อแสดงความเสียใจ แต่การแข่งขันก็ยังคงดำเนินต่อไป

bandicam-2015-12-10-19-20-07-696_2

 

bandicam-2015-12-10-19-20-34-343_2