ย้อนเหตุการณ์สุดแปลกในปี 1973 เมื่อมีเหตุจับตัวประกัน แต่ตัวประกันทั้งหมดกลับปกป้องคนร้าย

เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเห็นเหตุการณ์ที่คนร้ายจับตัวประกันเพื่อต่อรองกับตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือภาพยนตร์ก็ตามที สำหรับวันนี้เราก็จะพาไปย้อนเรื่องราวเหตุการณ์แปลกๆ เกี่ยวกับการจับตัวประกันในปี 1973 เมื่อตัวประกันทั้งหมดกลับปกป้องคนร้ายไปซะอย่างนั้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไรไปอ่านกันเลย

 

วันที่ 23 สิงหาคม 1973

นาย Jan-Erik Olsson ปล้นปล้นธนาคารที่กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เขาจับเจ้าหน้าที่ของธนาคาร 4 คนเป็นตัวประกัน และเจรจาต่อรองขอเงินกว่า 2 ล้านบาท และรถยนต์สำหรับหนี แลกกับการปล่อยตัวประกัน 1 คน

 

 

การเจรจาไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

ในตอนแรกการเจรจาที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ดีสำหรับนาย Jan-Erik Olsson อย่างไรก็ตามทางตำรวจปฏิเสธที่จะให้เขาพาตัวประกันหนีไปด้วย ดังนั้นการปล้นธนาคารในครั้งนี้จึงกลายเป็นเรื่องยืดเยื้อยาวนานถึง 5 วัน และถูกเสนอข่าวไปทั่วประเทศ

 

(หน่วยซุ่มยิงที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้)

 

นาย Jan-Erik Olsson ทำให้สิ่งที่คนร้ายทั่วไปไม่ทำกัน

เขาดูแลตัวประกันเป็นอย่างดี เช่น เอาเสื้อคลุมให้ตัวประกันหญิงเมื่อเห็นว่าเธอตัวสั่น ปลอบโยนตัวประกันตอนที่ฝันร้าย บอกตัวประกันให้อย่ายอมแพ้ตอนที่ติดต่อที่บ้านไม่ได้ มอบกระสุนปืนให้ตัวประกันเป็นเครื่องราง หรือแม้กระทั่งให้ตัวประกันออกไปเดินคลายเครียด (โดยผูกเชือกไว้) ในตอนที่มีอาการโรคกลัวที่แคบ

(ภาพของตัวประกันในเหตุการณ์วันนั้น)

 

นั่นทำให้ในตอนที่ตำรวจตัดสินใจบุกเข้าจับกุมนาย Olsson ตัวประกันทั้งหมดกลับปกป้องคนร้ายอย่างจริงจัง จนถึงขั้นที่ว่าตัวประกันบางคนคิดจะขึ้นศาลสู้คดีให้เขาเลยทีเดียว

(Jan-Erik Olsson คนกลาง ในตอนที่ถูกตำรวจที่ใส่หน้ากากกันแก๊สควบคุมตัว)

 

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

จิตแพทย์อธิบายว่านี่คืออาการทางจิตที่มีชื่อว่า “สต็อกโฮล์มซินโดรม” (Stockholm syndrome) มันเป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นในบางครั้งกับคนที่ถูกคนร้ายจับเป็นตัวประกัน โดยเฉพาะในกรณีที่คนร้ายปฏิบัติตัวค่อนข้างดีกับเหยื่อ

 

ลักษณะของสต็อกโฮล์มซินโดรมสามารถอธิบายง่ายๆ ว่าคือการ “หลงรัก” ในตัวคนร้าย จนในบางครั้งเหยื่อก็รู้สึกว่าสิ่งที่คนร้ายทำไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หรือแม้กระทั่งเข้าข้างคนร้ายในบางกรณีเลยด้วย

 

จิตแพทย์อธิบายต่ออีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีความคล้ายคลึงกับอาการ “Shell shock” ที่มักเกิดขึ้นกับทหารในสงคราม แต่ในกรณีนี้สถานการณ์ที่บีบคั้นกลับทำให้ตัวประกันเกิดหลงรักคนร้าย แทนที่จะเป็นการสติหลุดแบบในสงคราม จนกลายเป็นที่มาของคำว่าสต็อกโฮล์มซินโดรมไปนั่นเอง