16 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับหนังระดับตำนานเรื่อง Saving Private Ryan

เชื่อว่าทุกๆ คนคงเคยชมภาพยนตร์เรื่อง Saving Private Ryan ฝ่าสมรภูมินรกมาแล้ว ซึ่งเป็นภาพยนตร์ระดับตำนานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องไรอัน 4 คน ซึ่งเป็นทหารด้วยกันทั้งหมด และทุกคน “ตาย” เหลือเพียงน้องคนสุดท้องที่ชื่อ “ไรอัน” เพียงคนเดียว ภาระกิจตามหาและช่วยเหลือไรอันจึงเกิดขึ้น

 

ภาพยนต์ระดับตำนานเรื่องนี้ถูกรังสรรค์โดยพ่อมดแห่งฮอลลีวูด “สตีเวน สปีลเบิร์ก” และถือว่าเป็นผลงานที่ไม่มีวันตายโดยแท้จริง และนี่คือ 16 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ Saving Private Ryan

 

#1

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบัลดาลใจจากเรื่องจริงของ 4 พี่น้องชาวไอริชจากนิวยอร์ค นั่นคือพี่น้องตะกูล “นิแลนด์” ส่วนคนที่เป็น “ไรอัน” ในเรื่องก็คือ Frederick Niland นั่นเอง

 

ภาพของ Frederick Niland ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

 

#2

หนังถ่ายทำตามลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง สตีเว่น สปีลเบิร์ก ผู้กำกับคิดว่าการถ่ายทำวิธีนี้จะช่วยให้นักแสดงอินกับเนื้อเรื่องและเหตุการณ์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะการสูญเสียเพื่อนทหารไประหว่างทาง ที่เจ๋งมากๆ คือมันช่วยให้เหล่านักแสดงเข้าใจความรู้สึกหงุดหงิดที่มีต่อตัวละคร “ไรอัน” ได้อย่างมาก

 

#3

ฉากบุกหาดนอร์มองดี ในวันดีเดย์ ประเทศฝรั่งเศสนั้น ทั้งกองไปถ่ายทำที่ไอร์แลนด์แทนเพราะรัฐบาลฝรั่งเศสไม่อนุญาตให้ไปถ่ายทำกันที่หาดนอร์มองดีของจริง

 

#4

บทของจ่าอากาศเอกไมค์ ฮอร์วาธนั้นตอนแรกถูกเสนอให้ บิลลี่ บ็อบ ธอร์นตัน ที่จะได้รับบทนี้ แต่ธอร์นตันบอกปัดไปเพราะกลัวน้ำ เพราะเขาต้องถ่ายทำฉากยกพลขึ้นบกนั่นเอง

 

#5

ผลสุดท้ายบทจ่าอากาศเอกฮอร์วาธเลยมาลงตัวที่นักแสดง ทอม ไซส์มอร์ ซึ่งผู้กำกับสปีลเบิร์กลังเลมากว่าจะให้เขามารับบทนี้ดีไหมเพราะตอนนั้นไซส์มอร์ดันมีปัญหาเรื่องติดยาอยู่ และท้ายที่สุดเขาก็ได้รับบทนี้ไป เพราะสปีลเบิร์กได้รับใบยืนยันว่าผลบำบัดของไซส์มอร์นั้นได้ผลที่ดีเลยทีเดียว

 

#6

ตอนแรกสปีลเบิร์กคิดว่า แมตต์ ดามอน ผอมไปสำหรับบทพลทหารเจมส์ ไรอัน แต่ก็เปลี่ยนความคิดเมื่อได้พบปะกันในที่สุด

 

#7

เรื่องเกี่ยวกับพี่ชายที่พลทหารไรอันเล่านั้นไม่มีอยู่ในบท แต่แมตต์ด้นขึ้นมาเองล้วนๆ และสปีลเบิร์กก็ตัดสินใจยัดมันลงในหนัง

 

#8

ฉากพลทหารสแตนลีย์ เมลลิช ถูกทหารอีกฝ่ายแทง ทหารฝ่ายนั้นกล่าวเป็นภาษาเยอรมันว่า “ยอมแพ้ซะ นี่เป็นโอกาสของแกแล้ว มันง่ายสำหรับแกนะ ง่ายกว่ามาก”

 

#9

สปีลเบิร์กจำต้องตัดฉากรุนแรงจากสงครามออกร่วมๆ 5 นาที เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับเรต nc-17

 

#10

บทกัปตันที่ทอม แฮงค์รับเล่นนั้นอายุ 41 ปี ทั้งที่ความเป็นจริงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กัปตันของเหล่าทหารราบมีอายุเฉลี่ย 26 ปีเท่านั้น

 

#11

Vin Diesel เป็นนักแสดงประกอบในเรื่องด้วยล่ะ แต่ตอนนั้นยังไม่ดังทำให้พวกเราถึงจำไม่ได้

 

#12

ฉากที่แจ็คสัน สไนเปอร์ยิงทหารเยอรมันร่วงผ่านกล้องซูมปืนนั้นเป็นการแสดงความเคารพต่อนาวิกโยธินคาร์ลอส แฮทช์ค็อกค์-สไนเปอร์ที่สอยสไนเปอร์ฝ่ายตรงข้ามผ่านกล้องซูมในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

 

 

#13

เสียงปืนในเรื่องเป็นเสียงจากปืนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จริงๆ เพราะสปีลเบิร์กอยากให้มันออกมาสมจริงที่สุด

 

#14

และก็เพื่อความสมจริงอีกเช่นกัน ผู้กำกับเลยไปเชิญ เดล ไดย์ อดีตนาวิกโยธิน (และร่วมแสดงเป็นท่านผู้พันในหนังเรื่องนี้ด้วย) มาเป็นติวเตอร์ให้นักแสดง งานนี้เลยรากเลือดกันแบบไม่ต้องถาม จัดให้นักแสดงซิทอัพ, ลุกนั่ง, วิ่งกว่า 6 ไมล์และฝึกการใช้อาวุธ

 

 

#15

ฉากเปิดตัวของเรื่องนี้ ได้มาจากเมื่อครั้งสปีลเบิร์กไปโปรโมตเรื่อง Duel เมื่อปี 1972 ที่ฝรั่งเศสและเห็นสุสานทหารนอร์มังดีเข้า “ผมเห็นชายคนหนึ่งเดินตรงมาพร้อมกับคนทั้งครอบครัว เขาทรุดตัวลงอยู่หน้ากางเขนและดาว 6 แฉก (สัญลักษณ์ของชาวยิว) และตั้งต้นสะอื้นอย่างคุมไม่อยู่ คนในครอบครัวต้องพยุงเขายืนขึ้น นั่นแหละเป็นที่มาของหนัง มันเริ่มจากสิ่งที่ผมสังเกตเห็นตรงหน้านี่เอง

 

#16

ผู้กำกับสตีเวน และนักแสดงนำ ทอม แฮงค์ มาเยี่ยมหลุมศพของพี่น้องตะกูล “นิแลนด์” ในปี 1998 พร้อมกับลูกหลานตระกูลนิแลนด์

 

แถม

ภาพบางส่วนจากหนังเรื่อง Saving Private Ryan

 

 

 

 

 

 

 

 

เครดิตข้อมูล pantip.com