ย้อนรอยการใช้เก้าอี้ไฟฟ้าครั้งแรก เหตุการณ์จริงในปี 1890

พวกเราคงเคยได้ยินชื่อของ “เก้าอี้ไฟฟ้า” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย อุปกรณ์ชิ้นนี้มีไว้สำหรับ “ประหาร” ชีวิตของนักโทษที่ต้องโทษรุนแรงจนทางการต้องมอบความตายให้แก่เขา

 

แล้วรู้กันไหมว่าอุปกรณ์อย่าง “เก้าอี้ไฟฟ้า” ที่มีใช้กันมา 1 ร้อยกว่าปีนี้ มีการใช้งานครั้งแรกเมื่อไหร่ แล้วใครคือนักโทษคนแรกที่ต้องใช้เก้าอี้ไฟ้า วันนี้เราจะไปย้อนดูเหตุการณ์จริงปี 1890 กับการใช้ “เก้าอี้ไฟฟ้า” ครั้งแรก กันครับ

 

1 มกราคม 1889

สภานิวยอร์คได้ประกาศให้การประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าเป็นสิ่งถูกต้องตามกฎหมาย และถูกนำมาใช้ครั้งแรกที่เรือนจำออเบิร์น และนักโทษคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ประหารโดยเก้าอี้ไฟฟ้าคือ วิลเลี่ยม เคมม์เลอร์ (William Kemmler)

 

เคมม์เลอร์เป็นนักโทษประหารในคดีฆาตกรรมภรรยาตัวเองด้วยขวาน ในตอนนั้นประเด็นการประหารเก้าอี้ไฟฟ้านั้นเป็นของใหม่ และน่ากลัวมาก (ตอนนี้ก็ยังน่ากลัวอยู่) ทำให้ทนายของเคมม์เลอร์ต่อต้านสุดฤทธิ์ ซึ่งทนายได้พยายามยกประเด็นว่าการประหารด้วยเก้าอี้ไฟฟ้านั้นป่าเถื่อนและยังไม่แน่นอนพอที่จะนำมาใช้กับมนุษย์จริงๆได้ แต่คำค้านดังกล่าวก็ไม่เกิดผลคำตัดสินยังคงเหมือนเดิม

 

โดยปกติเก้าอี้ไฟฟ้าโดยทั่วไปจะทำขึ้นจากไม้ ขาเก้าอี้ถูกยึดไว้กับพื้น ที่ตัวเก้าอี้จะมีเข็มขัดหนังสำหรับศีรษะ อก ลำตัว แขนและขาเพื่อให้ผู้คุมมัดตัวนักโทษให้ติดกับเก้าอี้

 

ในการประหารสิ่งสำคัญในการใช้เก้าอี้ไฟฟ้า คือต้องจับนักโทษผูกติดกับเก้าอี้ให้แน่นหนา จากนั้นต่อขั้วไฟฟ้าเข้าสองขั้ว ขั้วหนึ่งต่อเข้าไปที่หมวกหนังที่บุทองเหลือไว้ โดยใช้ฟองน้ำที่จุ่มน้ำทะเลหรือน้ำเกลือจนโชกรัดไว้ด้วย ส่วนขั้วไฟฟ้าอีกขั้วเป็นแถบทองเหลืองหรือตะกั่ว ใช้ร่วมกับฟองน้ำชุบน้ำเกลือชุ่ม รัดเข้าที่น่องซึ่งโกนขนหน้าแข้งแล้วของนักโทษ

 

ว่ากันว่าก่อนการประหาร เจ้าหน้าที่ต้องเอาหน้ากากหนังปิดหน้านักโทษไว้ โดยรัดให้แน่นบริเวณเหนือดวงตา
เพื่อไม่ให้ลูกตาของนักโทษกระเด็นหลุดออกมาเมื่อกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย

 

จากนั้นผู้คุมจะสวมหมวกที่มีสายไฟที่หนึ่งติดอยู่ให้กับนักโทษ แล้วติดปลายสายไฟที่สองกับข้อเท้าของนักโทษเพื่อ
สร้างวงจรปิดกระแสไฟจะถูกส่งไหลไปยังนักโทษอย่างน้อย 2 ครั้งเป็นเวลาหลายนาที ในขั้นแรกจะใช้กระแสไฟ 2000 โวลต์ เพื่อทำลายแรงต้านจากผิวหนังเสียก่อน จากนั้นจึงลดไฟฟ้ามาเป็นประมาณ 8 แอมแปร์เพื่อลดแรงดันไฟฟ้าลง

 

กระแสไฟฟ้าสังหารชีวิตนักโทษด้วยการเข้าไปทำลายขั้วแม่เหล็กในสมอง รวมถึงโครงสร้างประสาทของก้านสมอง ทำให้อุณหภูมิสมองทะลุเดือด สูงถึง 280-284 องศาเซลเซียส

 

นอกจากนี้กระแสไฟฟ้ายังเข้าไปทำลายอวัยวะภายใน ทำให้ร่างของนักโทษเป็นเหมือนกับหลอดไฟ ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลวนอยู่ภายใน ผิวหนังและเส้นผมบางส่วนของนักโทษก็ไหม้เกรียม หลังจากเสร็จการประหารแล้ว แพทย์จะเป็นผู้ตรวจยืนยันว่านักโทษได้เสียชีวิตแล้วหรือไม่ เป็นอันเสร็จพิธี

 

6 สิงหาคม 1890

เคมม์เลอร์ก้าวไปยังที่นั่งสุดท้ายในชีวิตด้วยท่าทีสงบ เขาถึงกับกล่าวแก่สักขีพยานในที่นั้นว่า

“ท่านสุภาพบุรษและท่านสุภาพสตรี ผมขอให้พวกคุณโชคดี ส่วนผมแน่ใจว่าที่คือสถานที่ๆ ยอดเยียม และผมพร้อมแล้ว”

 

และท่ามกลางสายตาของผู้เฝ้ามองกว่า 70 คน เคมม์เลอร์ก็ถูกมัดติดกับเก้าอี้ แล้วไฟ 1000 โวลท์ก็ถูกปล่อยไปยังเก้าอี้เป็นเวลา 17 วินาที เคมม์เลอร์กระตุกอย่างแรงจนเก้าอี้แทบจะล้ม (เก้าอี้ไฟฟ้าตัวแรกไม่ได้ถูกยึดติดกับพื้น) เมื่อไฟถูกตัดและแพทย์เข้าไปตรวจ พวกเขาก็กลับพบว่าเคมม์เลอร์ยังมีชีวิตอยู่การประหารครั้งที่สองเริ่มขึ้นในทันที

 

ครั้งนี้เคมม์เลอร์ถูกปล่อยไฟ 2000 โวลท์ใส่ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 70 วินาที ซึ่งในไม่ช้าห้องประหารก็เต็มไปด้วย
กลิ่นเนื้อไหม้ มีควันออกมาจากศีรษะของเคมม์เลอร์ และเมื่อตัดไฟฟ้า ไฟก็ลุกขึ้นมา ซึ่งถือว่าโหดร้ายมากๆ

 

หลายๆ คนคงคิดว่าเป็นเรื่องน่ากลัวและทารุณ แต่ศาลสูงของสหรัฐไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะตั้งแต่ปี 1890 จนถึงปัจจุบัน เฉพาะในอเมริกาประเทศเดียว ก็มีการประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าไปแล้ว 4,324 ราย

 

จากข้อมูลที่น่าสนใจ พบว่า รัฐอบาฮาม่า รัฐเซาท์แคโรไลน่า และรัฐเวอร์จิเนีย เก้าอี้ไฟฟ้าเป็นวิธีการประหาร
เพียงวิธีเดียวที่อนุญาติให้ใช้

ส่วนรัฐเคนตั๊กกี้และเทนเนสซี่ได้ยกเลิกการประหารด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าไปเมื่อปี 1998 ส่วนรัฐอิลินอยส์และรัฐโอกราโฮม่าถือเป็นหนึ่งในวิธีการประหารที่เลือกได้ และสำหรับรัฐฟลอริด้าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักโทษที่ไม่อยากฉีดยาพิษ

 

เครดิตข้อมูล cammy@dek-d.com