เปิดเรื่องราวของ “เด็กเผือกแอฟริกา” กับชีวิตที่เหมือนถูกคำสาป

สิ่งที่โหดร้ายสำหรับคนผิวเผือกที่เกิดในทวีฟแอฟริกานั่นคือ การที่พวกเขาโดนไล่ล่าและนำชิ้นส่วนของพวกเขาไปขายให้กับพวกหมอผี เพื่อทำเป็นเครื่องราง ปรุงยา และนำไปทำพิธีมนต์ดำอีกด้วย เพียงเพราะเชื่อว่าชิ้นส่วนของคนผิวเผือกนั้นจะทำให้โชคดี มีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้กระทั่งจะทำให้มีพลังวิเศษเลยก็มี

 

ผู้ที่เป็นโรคผิวเผือกในประเทศมาลาวีต้องตกอยู่ในความหวาดผวา เนื่องจากมีคนบางกลุ่มตามล่าจับตัวพวกเขาเพื่อนำชิ้นส่วนร่างกายมาใช้เป็นเครื่องรางของขลัง

 

Edna Cedrick คือคุณแม่ชาวมาลาวี วัย 26 ปี ที่มีลูกชายฝาแฝดเป็นคนเผือก (albino) หรือผู้ที่เกิดมาพร้อมกับสภาพร่างกายที่ขาวผิดปกติ

 

ขณะนี้ Edna ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง เนื่องจากลูกชายคนหนึ่งของเธอถูกจับตัวไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังตามหาลูกชายของ Edna และเธอก็ต้องใจสลายเมื่อได้เห็นศีรษะที่ถูกตัดขาดออกจากลำตัวของเขา

 

กลุ่มคนเหล่านี้จับตัวผู้ที่ป่วยเป็นโรคผิวเผือกไปให้กับหมอไสยศาสตร์ ตามความเชื่อที่ว่าชิ้นส่วนร่างกายของคนเผือกจะทำให้มั่งคั่งร่ำรวยและนำโชคดีมาให้

 

คืนที่ลูกชายของ Edna ถูกจับตัวไป เธออยู่บ้านตามลำพังกับพวกเขาเนื่องจากสามีออกไปทำงาน

ขณะที่เธอและลูกๆ กำลังนอนหลับก็ได้ยินเสียงคนบุกเข้ามา พวกเขาตรงเข้ามาคว้าตัวของหนึ่งในฝาแฝด เธอใช้มือข้างหนึ่งคว้าเอวของเขาไว้พร้อมกับผลักลูกชายอีกคนไปหลบด้านหลัง

ญาติๆ และเพื่อนบ้านได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงรีบเข้ามาช่วย แต่พวกเขาได้จากไปพร้อมกับลูกชายวัย 9 ขวบคนหนึ่งของเธอ น้องชายฝาแฝดเฝ้าถามถึงพี่ชายที่หายไป Edna ได้แต่หลอกว่าเขาจะกลับบ้านในไม่ช้า

จากรายงานพบว่ามีคนเผือกชาวมาลาวีอย่างน้อย 18 คนถูกลักพาตัวไปเพื่อชำแหละชิ้นส่วนร่างกาย ซึ่งจำนวนที่แท้จริงอาจมีมากกว่านี้เพราะเด็กๆ ชาวมาลาวีบางส่วนไม่ได้แจ้งเกิดอย่างถูกต้อง

 

Razik Jaffalie ชายวัย 31 ปี ที่มีลูกเป็นโรคผิวเผือกลาออกจากการขับรถรับจ้างเพื่อมาปกป้องลูกๆ “ถ้าใครอยากจับตัวลูกของผมก็ต้องข้ามศพผมไปก่อน”

 

 

Mina Godfrey สาวน้อยวัย 13 ปี ซึ่งเป็นโรคผิวเผือกกำลังมุ่งมั่นตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้เป็นนักกฎหมายอย่างที่ฝัน

 

บ้านของ Martha Chipeso วัย 20 ปี ถูกบุกรุกหลายครั้งเพื่อพยายามลักพาตัวเธอ

 

 

รัฐบาลของหลายประเทศในแอฟริกาพยายามจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวิถีทาง

 

หมอไสยศาสตร์หรือพ่อมดหมอผีเป็นอาชีพที่พบได้ทั่วไปในทวีปแอฟริกา แต่ตอนนี้ถูกสั่งห้ามเนื่องจากเหตุลักพาตัวและการฆาตกรรมที่เกิดขึ้น

 

ในประเทศมาลาวีมีผู้ป่วยโรคผิวเผือกราว 10,000 คน และทุกคนกำลังตกอยู่ในความหวาดผวา

 

 

โรคผิวเผือกเป็นความผิดปกติที่เกิดจากพันธุกรรม โดยผู้ป่วยจะมีผิวขาวซีด ดวงตาสีอ่อน ผมสีอ่อน ทำให้ชาวแอฟริกาบางส่วนเชื่อว่ากระดูกของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยทองคำ

 

การลักพาตัวคนผิวเผือกส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือของคนใกล้ตัวหรือญาติสนิทที่หวังเงินทองจากการนำตัวพวกเขาไปขายให้กับหมอผี

 

มีการขุดพบกะโหลกศีรษะ ฟัน และเสื้อผ้าของคนผิวเผือกจำนวนมากบนเนินเขา

 

ศพของคนผิวเผือกจะถูกตัดแขน ขา หัว หรืออวัยวะส่วนต่าง ๆ เพื่อนำไปขายในตลาดมืดชิ้นส่วนของคนผิวเผือกสามารถขายได้ราคาสูงถึง 35 ล้านบาท

 

ความโหดร้ายยังไม่จบ ยังมีความเชื่ออีกว่าการที่ได้มีเพศสัมพันธ์กับเด็กหรือผู้หญิงที่มีผิวเผือกสามารถรักษาโรคเอดส์ได้ แต่นั้นเป็นเพียงความเชื่อที่ผิด เพราะไม่ใช่แค่จะมีการข่มขืนที่มากขึ้นแล้วแต่ยังเป็นการแพร่ระบาดของเชื่อเอดส์เพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

พ่อแท้ๆ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการลักพาตัวลูกสาวไปขายให้กับหมอไสยศาสตร์

 

Peter Mutharika ประธานาธิบดีมาลาวีกล่าวว่าการลักพาตัวและสังหารคนผิวเผือกเป็นการกระทำที่งมงาย โง่เขลา และไร้มนุษยธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด