เรื่องราวต่อไปนี้จะทำให้คุณรู้ว่า “สวีเดน” แตกต่างจากประเทศอื่นๆ บนโลกขนาดไหน

ทุกประเทศบนโลกล้วนมีเสน่ห์ เอกลักษณ์ และความพิเศษที่แตกต่างกันออกไป โดยแต่ละประเทศต่างก็มีวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาในแบบของตัวเอง ที่บางครั้งก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจพบเจอได้ในประเทศอื่นบนโลก

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสิ่งที่เป็นเรื่องปกติมากในประเทศ “สวีเดน” แต่กลับเป็นสิ่งที่แปลก แตกต่าง และน่าสนใจมากสำหรับผู้คนในประเทศอื่น จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

 

#1

ประเทศสวีเดนเป็นประเทศที่ผู้คนส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตแบบเป็นมิตรต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกกันว่า eco-friendly ซึ่งก็คือการทำร้ายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

 

และสวีเดนยังเป็นประเทศที่ริเริ่มการใช้ เชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งก็คือเชื้อเพลิงที่ได้จากชีวมวลหรือสสารจากพืชและสัตว์ เป็นประเทศแรกในโลกอีกด้วย

 

#2

โรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกบนโลกถูกก่อตั้งขึ้นมาในประเทศสวีเดน โดยโรงแรมน้ำแข็งนั้นจะสามารถเข้าพักได้ในช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศหนาวจัด ซึ่งก็คือช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายนเท่านั้น เพราะเมื่อหมดฤดูหนาวน้ำแข็งก็จะละลาย และโรงแรมน้ำแข็งก็จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่เมื่อหน้าหนาวมาเยือนอีกครั้ง

 

บรรยากาศห้องนอนที่สร้างขึ้นจากน้ำแข็ง

 

#3

ผู้คนในสวีเดนนั้นใช้ชีวิตตามกฎที่เรียกว่า Law of Jante ซึ่งมีแนวคิดในการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่โอ้อวด และไม่เห็นแก่ตัว โดยมีกฏพื้นฐานว่าทุกคนต้องไม่คิดว่าตัวเองดีกว่า เหนือกว่า หรือสำคัญกว่าคนอื่น

 

#4

การใช้ชีวิตแบบคู่รักในประเทศสวีเดนนั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน ได้แก่ Samboende คู่รักที่อาศัยอยู่ด้วยกันเหมือนคู่แต่งงานทั่วไป Sarbo คู่รักที่ไม่อาศัยอยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่คบหากันอย่างจริงจังมาเป็นเวลานานและใช้เวลาในช่วงวันหยุดด้วยกัน และ Iblandbo คู่รักที่อยู่ด้วยกันแค่บางช่วงเวลาเท่านั้น

 

#5

Fika คือช่วงเวลาสำหรับพักจิบกาแฟระหว่างวัน เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ผู้คนในสวีเดนให้ความสำคัญมาก เพราะชาวสวีเดนนั้นชื่นชอบการดื่มกาแฟมาก และการดื่มกาแฟนั้นเป็นวิถีปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน

 

#6

ในประเทศสวีเดนมีร้านอาหารอิตาลีอยู่มากมายหลายร้าน แต่อาหารอิตาเลียนในสวีเดนนั้นมีความแตกต่างไปจากอาหารอิตาลีต้นตำรับ ยกตัวอย่างเช่น พิซซ่าที่มีหลายหลายหน้า อย่างเช่นพิซซ่าหน้าเคบับหรือพิซซ่าหน้ากล้วย

 

#7

ชาวสวีเดนให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวมาก ผู้คนจะไม่มายุ่มย่ามหรือวุ่นวายกับชีวิตของคุณถ้าคุณไม่ต้องการ และแม้กระทั่งการยืนเข้าคิวเพื่อขึ้นรถเมล์ ชาวสวีเดนก็ยังยืนทิ้งระยะห่างระหว่างกันเพื่อไม่ให้คนอื่นอึดอัดหรือลำบากใจ เรียกได้ว่าโลกส่วนตัวสูงแบบสุดๆ

 

#8

ชาวสวีเดนมีเกมการละเล่นอย่างหนึ่งที่เป็นที่นิยมมาก นั่นก็คือการโยนปลาแฮร์ริ่งลงถัง ในขณะที่ประเทศอื่นๆ อาจจะยิงปืน ปาลูกดอก หรือโยนลูกบอล แต่ชาวสวีเดนจะทดสอบความแม่นยำด้วยการโยนปลาแฮร์ริ่งลงไปในถังแคบๆ

 

#9

สวีเดนประสบความสำเร็จในการรีไซเคิลขยะ จนขาดแคลนขยะจนต้องนำเข้าขยะจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้โรงงานรีไซเคิล และโรงผลิตไฟฟ้ายังคงสามารถมีขยะให้ทำงานต่อไปได้ เพราะพลังงานไฟฟ้ากว่าครึ่งหนึ่งที่ใช้กันในประเทศล้วนมาจากขยะทั้งสิ้น ประชากรสวีเดนรู้ตัวว่าก่อนจะทิ้งอะไรต้องแยกขยะก่อนเสมอ เนื่องจากมีการวางแผนจัดการปัญหาขยะและนำมารีไซเคิลมาตั้งแต่ปี 1975

 

#10

ในประเทศสวีเดน มีกฎหมายให้คุณพ่อหรือคุณแม่ลางานไปเลี้ยงลูกได้ 480 วันเต็มๆ และยังได้เงินเดือน 80 เปอร์เซ็นต์ของการทำงานแบบปกติด้วย

 

#11

สวีเดนเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง เพราะทุกร้านค้าและสถานบริการต่างๆ ล้วนมีการรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ไม่เว้นแม้กระทั่งการจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยเพื่อใช้บริการห้องน้ำสาธารณะ

 

เครดิต brightside.me