5 ประวัติศาสตร์โลก ที่ยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้

นับแต่อดีตที่ผ่านมาโลกของเรานั้นยังมีสิ่งที่เร้นลับ เรื่องน่าอัศจรรย์อยู่มากมาย บางสิ่งมีมานานเป็นร้อยเป็นพันปีไม่ว่าจะจากธรรมชาติสร้างหรือจากมนุษย์ก็ตาม และที่น่าชื่นชมก็คือนักโบราณคดีที่คอยหาคำตอบให้กับเรา

c_indus_economy

 

ทำให้เราได้รู้เรื่องราวสิ่งต่างๆ ที่เราไม่เคยรู้ เช่น เรื่องมัมมี่อายุหลายพันปีที่ไม่เน่าเปื่อย หรือแม้แต่เรื่องของบางอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองแต่กลับเสื่อมสลายไปอย่างปริศนา สำหรับวันนี้เราจะพาไปดู 5 ประวัติศาสตร์โลก ที่ยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้

13425940091342594082l

 

 

#1

อักษร “โรโงโรโง” (Rongorongo) อักขระโบราณที่ไม่เคยมีใครอ่านออก

อักษรนี้ค้นพบครั้งแรกโดยมิชชันนารีชาวฝรั่งเศสเมื่อ ปี 1864 บนเกาะอีสเตอร์ของชิลี โดยมีจุดกำเนิดไม่แน่นอน จารึกที่เขียนด้วยอักษร “โรโงโรโง” จำนวน 29 ชิ้น เขียนไว้บนแผ่นไม้โดยใช้ฟันฉลาม เศษหิน และกระดูกนกแก้ว ซึ่งมีการจารึกอักษรรวมกันถึง 14,000 ตัว

Rongorongo-1

 

ตัวอักษรมีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ส่วนมากเป็นรูปนก ปลา เทพเจ้า ต้นไม้ และรูปเรขาคณิตต่างๆ ทิศทางการอ่านอักษรโรโงโรโงต่างจากอักษรอื่นคือบรรทัดแรกอยู่ล่างสุด อ่านจากซ้ายไปขวา บรรทัดที่สองให้กลับหัวจารึกก่อนแล้วอ่านจากซ้ายไปขวาทำเช่นนี้จนจบแผ่น มิชชันนารีหลายคนพยายามถอดความอักษรโรโงโรโงแต่ไม่ได้ผล ถือเป็นอักษรภาพที่แม้ปัจจุบัน ก็ไม่มีใครอ่านออก

Rongorongo-2

 

rongorongo

 

#2

เมืองฮีริค (Helike) เมืองที่หายไป

ฮีริค เมืองที่หายไป กวีชาวกรีกที่โด่งดัง Pausanias บันทึกไว้ว่า เมืองที่ชื่อ “ฮีริค” ถูกแผ่นดินไหวถล่มก่อน ทำให้กลายเป็นเมืองร้าง แล้วตามด้วยสึนามิรุนแรงที่กวาดทุกอย่างพินาศเกินกว่าจะแก้ไข

Helike-2

 

พวกอาร์เคเดียนพยายามบูชาเทพแห่งทะเลอย่างโปไซดอนหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีใครพบเมืองแห่งนี้อีกเลยจนปี 1861 นักโบราณคดีได้พบเหรียญบรอนซ์ที่เชื่อกันว่ามาจากเมืองฮีริค และในปี 2001 พวกเขาได้พบซากของเมืองฮีริค ใต้แอตแลนติส

 

เหรียญบรอนซ์ที่เชื่อกันว่ามาจากเมืองฮีริค

Helike-1

 

เทพแห่งทะเลอย่างโปไซดอนในจิตนาการ

huge-wave-swallow-the-city-of-helike

 

#3

มนุษย์พรุพีท (Bog Bodies หรือ Bog People) มัมมี่แห่งเมืองยุโรป

มนุษย์พรุพีท คือ ชื่อเรียกของศพกว่าสองพันร่าง ที่ถูกค้นพบในพรุ (พรุ คือชื่อที่ใช้เรียกภูมิประเทศที่มีลักษณะ เป็นที่ลุ่มชื้นแฉะ เช่น บริเวณน้ำตื้นตามหนองบึง) โดยคนงานขุดถ่านพีท (ถ่านหินเนื้ออ่อนคล้ายดินเหนียว) แถบด้านเหนือของยุโรป

นักวิชาการเรียกศพเหล่านี้ว่า Bog Bodies หรือ Bog People ซึ่งสภาพศพยังคงมีสภาพที่ถูกเก็บรักษาอย่างดี ด้วยสภาพแวดล้อมที่น้ำเป็นกรดสูง และมีอุณหภูมิต่ำ บางศพมีอายุถึง 2,000 ปี

Bog-People-2

 

หลายศพดูเหมือนว่าจะถูกสังหาร ศพในพรุหลายร่างมีร่องรอยว่าถูกรัดคอ แขวนคอ เชือดคอ ทุบศีรษะหรือแทง บางรายก็ถูกสังหารถึงสามวิธี ทั้งรัดคอ เชือดคอ และทุบศีรษะ และส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเปล่าเปลือย

Bog-People-3

 

จึงเป็นที่มาของการสันนิษฐานว่า คนเหล่านี้ถูกทรมาน ลงโทษ นักโบราณคดีหลายท่านเชื่อกันว่าร่างเหล่านี้อาจถูกนำมาเซ่นสรวง สังเวยด้วยเหตุบางประการ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดจนปัจจุบัน

 

#4

คาร์นัค สโตน (Carnac Stones) กองหินประหลาดในฝรั่งเศษ

ถ้าเชื่อว่าสโตนเฮ้นจ์ยิ่งใหญ่แล้ว อนุสรณ์ Carnac Stone ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ที่ชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศฝรั่งเศส เต็มไปด้วยหินกว่า 3,000 ก้อนเรียงรายกันเป็นระยะทางถึง 12 กิโลเมตร

Carnac-Stones-1

 

จากความเชื่อท้องถิ่น เชื่อกันว่าหินนี้มีประวัติศาสตร์สัมพันธ์กับพ่อมดเมอร์ลิน ส่วนหลักฐานจากนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาหินนี้มากว่า 30 ปี พวกเขาคาดเดาว่า หินเหล่านี้น่าจะไว้ใช้จับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า กองหินประหลาดเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีใด

Carnac-Stones-3

 

Carnac-Stones-2

 

#5

อารยธรรมอินดัสริเวอร์วัลเลย์ (The Indus River Valley civilization) อารยธรรมที่สาบสูญ

อารยธรรมอินดัสริเวอร์วัลเลย์ (The Indus River Valley civilization) เมืองแห่ง โมเฮนโจ ดาโร ปัจจุบันคือประเทศปากีสถาน

The-Indus-River-Valley-civilization-2

 

อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ เป็นอารยธรรมในยุคสำริด (ประมาณ 2500 – 1900 ก่อนคริสตกาล) ถือกำเนิดขึ้นบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ ถือเป็นอารยธรรมยุคแรกๆ ของโลก แม้ว่าจะเป็นอารยธรรมโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ แต่เต็มไปด้วยความลึกลับ

The-Indus-River-Valley-civilization-1

 

พวกเขามีเมืองและหมู่บ้านหลายแห่ง สินธุ มีเมืองสำคัญที่ได้รับการขุดค้นแล้ว 2 แห่ง คือเมืองฮารับปา และเมืองโมเฮนโจ ดาโร ทั้งสองเมืองมีอารยธรรมที่เหมือนกันทุกประการ แม้ห่างกัน 350 ไมล์ ภายในมีการวางผังเมือง มีถนน มีระบบสุขาภิบาล เจริญยิ่งกว่าอารยธรรมอื่นๆ ในเวลานั้น

The-Indus-River-Valley-civilization-3

 

อีกทั้งยังมีการค้าการขนส่ง การเพาะปลูกที่เจริญก้าวหน้า เมื่อนักโบราณคดีค้นพบพวกเขาประทับใจอารยธรรมนี้มาก แต่ที่น่าประหลาดใจคือไม่มีใครระบุได้เลยว่าอารยธรรมนี้สิ้นสุดที่ไหน อย่างไร ไม่มีหลักฐานของการสู้รบใดๆ อารยธรรมแห่งนี้เพียงแต่สูญสลายไปอย่างนั้นหรือ?

mohenjodaro-sindh

 

แน่นอนว่ามีหลายทฤษฎีที่สันนิษฐานว่าพวกเขาหายไปไหน อาจเป็นเพราะอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุถูกโจมตีอย่างรุนแรง หรืออาจล่มสลายเพราะภัยธรรมชาติ เช่นน้ำท่วม หรือโรคระบาด แม้ว่าจะมีการพบศิลาจารึกมากมาย แต่เป็นภาษาเฉพาะที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถอ่านมันออกได้

c_indus_economy