ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ เรือสอดแนมสหรัฐฯ “ถูกยึดโดยข้าศึก” และข้าศึกที่ว่านี้คือเกาหลีเหนือ

เรื่องราวที่เราจะนำเสนอในวันนี้คือเรื่องราวความบาดหมางของเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อครั้งอดีตจนเกือบทำให้เกิดสงครามของทั้งสองฝ่าย เมื่อเรือสอดแนมของสหรัฐฯ ถูกจับได้ขณะลักลอบดักฟังข้อมูลของเกาหลีเหนือในน่านน้ำสากล เรื่องราวจะเข้มข้นขนาดไหนไปอ่านกันเลย!

 

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นตอนเที่ยงวันที่ 23 มกราคม 1968

ในขณะที่เรือ USS Pueblo (AGER-2) พร้อมลูกเรือ 82 คน กำลังดักฟังข้อมูลของเกาหลีและโซเวียตถูกพบโดยกองทัพเรือเกาหลีเหนือ และกองทัพเรือเกาหลีเหนือได้ประกาศให้หยุดเรือและแสดงสัญชาติ พร้อมขู่จะโจมตีหากขัดขืน

 

ไม่นานกัปตันเรือ Skip Schumacher ก็ได้สั่งให้ลูกเรือชักธงสหรัฐฯ ขึ้น ต่อมาทหารเกาหลีเหนือสั่งให้ทุกคนหมอบและวางอาวุธเพื่อส่งทหารเกาหลีเหนือขึ้นไปบนเรือ ลูกเรือรายหนึ่งพยามยามขัดขืนจนถูกยิงเสียชีวิตไป 1 ราย (เพื่อถ่วงเวลาในการทำลายเอกสารสำคัญและข้อมูลที่ได้มา)

 

หมายเหตุ – การเข้ายึดเรือสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ยังคงมีข้อถกเถียงกันอยู่ว่าเกิดขึ้นที่ไหนกันแน่ เมื่อทางสหรัฐฯ แจ้งว่าเกิดขึ้นที่น่านน้ำสากลนอกชายฝั่งของญี่ปุ่นโดยคิดไม่ถึงว่าเกาหลีเหนือจะกล้าลงมือในน่านน้ำสากล แต่ทางเกาหลีเหนืออ้างต่อนานาประเทศว่า เรือลำนี้ได้รุกล้ำอาณาเขตบริเวณเกาะ Wonsan หลายต่อหลายครั้งแล้ว

 

2 ชั่วโมงต่อมา

กัปตันเรือ Skip Schumacher ประกาศยอมจำนนต่อเกาหลีเหนือ เรือถูกนำไปจอดเทียบที่ชายฝั่งของเกาะ Wonsan ชะตากรรมลูกเรือ 82 ชีวิตตกอยู่ในมือเกาหลีเหนือ พวกเขาถูกนำตัวไปขังคุกเพื่อดำเนินการสอบสวน

 

สหรัฐฯ จะทำอย่างไร?

ช่วงเวลาดังกล่าว สหรัฐฯ ติดพันกับสงครามในเวียดนามอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงได้แค่กดดันโดยการส่งเครื่องบินรบไปยังญี่ปุ่นเพื่อขู่ให้เกาหลีเหนือยอมปล่อยตัวลูกเรือทั้งหมด

 

แต่เรื่องราวนี้ซับซ้อนกว่าที่คิดเพราะเกาหลีเหนือดูเหมือนจะได้ความช่วยเหลือจากโซเวียต หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเกาหลีเหนือทางโซเวียตก็พร้อมจะเข้าร่วมสงครามเช่นกัน นั่นยิ่งทำให้เกาหลีเหนือกุมความได้เปรียบและกดดันสหรัฐฯ ได้มากกว่า

 

ภายในคุกเกาหลีเหนือ

หนึ่งในลูกเรือได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวการถูกทารุณภายในคุกและค่ายกักกัน พวกเขาถูกใช้แรงงานอย่างหนักและถูกทำร้ายร่างกายทุกวันในระหว่างการสอบสวน สภาพร่างกายย่ำแย่ลูกเรือทุกคนสูญเสียน้ำหนักตัวไปมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ในระหว่างที่ถูกคุมตัว

 

จนกระทั่งทหารเกาหลีเหนือขู่ว่าจะทำการฆ่าลูกเรือรายหนึ่งที่มีอายุน้อยที่สุด 19 ปี เพื่อให้กัปตันเรือยอมเซ็นใบยอมรับสารภาพเป็นลายลักษณ์อักษร หลังจากนั้นจึงนำตัวมาจัดฉากว่าเชลยเหล่านี้มีความเป็นอยู่ที่ดีต่อสาธารณะ

 

สหรัฐฯ สิ้นท่า……

ทางการเกาหลีเหนือยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ร่างคำขอโทษต่อเกาหลีเหนือในการรุกล้ำอาณาเขตและต้องสัญญาว่าจะไม่ทำการสอดแนมเกาหลีเหนืออีก เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแลกกับชีวิตลูกเรือทั้งหมด

 

แต่ทางการเกาหลีเหนือจะทำการยึดเรือ USS Pueblo เอาไว้เป็นของกำนัล ซึ่งทางการสหรัฐฯ ก็ได้ทำตามข้อเรียกร้องของเกาหลีเหนือทั้งหมด

 

จนกระทั้งวันที่ 23 ธันวาคม 1968

เกาหลีเหนือได้นำตัวลูกเรือทั้งหมดไปยังชายแดนเกาหลีใต้บริเวณที่รู้จักกันในชื่อ “สะพานไปไม่กลับ” ที่ใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนนักโทษของเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ และปล่อยลูกเรือ 82 คนกลับบ้าน

 

ความภูมิใจของเกาหลีเหนือ

เรือ USS Pueblo กลายเป็นหนึ่งในของรางวัลที่ทางการเกาหลีเหนือภาคภูมิใจ โดยนำมาเปิดให้ชาวเกาหลีเหนือชมและถูกนำมาใช้เป็นโฆษณาชวนเชื่อในการต่อต้านอเมริกันภายในพิพิธภัณฑ์สงคราม

 

แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะเรียกร้องขอเรือลำดังกล่าวคืนหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลซึ่งเรือลำนี้เป็นเรือเพียงลำเดียวของกองทัพสหรัฐฯ ที่ถูกยึดเอาไว้โดยฝ่ายข้าศึก

 

คิม จอง-อึน : ยังไงก็ไม่คืนจบนะ

 

เครดิตข้อมูล SpokeDark.TV