10 การฆ่าตัวตายหมู่ที่น่าสะพรึงที่สุดในประวัติศาสตร์

นี่คือเรื่องราวและเหตุการณ์การฆ่าตัวตายในประวัติศาสตร์ที่เป็นที่จดจำและน่าสะพรึงเป็นอย่างมาก ซึ่งแต่ละเหตุการณ์นั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จะมีเหตุการณ์ใดบ้างมาชมกันเลย

 

#1

ศพคนกว่า 39 รายถูกพบบนชั้นสองของบ้านหลังหนึ่งในสภาพถูกคลุมด้วยผ้าสีม่วงอยู่บนเตียง โดยเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตายของลัทธิอะไรบางอย่าง พวกเขาขาดอากาศหายใจตายทั้งยังพบถุงพลาสติกวางอยู่เหนือหัวอีกด้วย

1-1

 

1-2

 

1-3

 

#2

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เกิดเหตุการณ์น่ากลัวขึ้นนอกเหนือจากสงครามนั่นคือในขณะที่กองทัพแดงบุกเข้าในเมือง Demmin กลุ่มผู้หญิงในเมืองเกิดความหวาดกลัวว่าจะถูกฆ่าและข่มขืน ดังนั้นพวกเขาจึงฆ่าตัวตายด้วยปืนและใบมีดโกนมากกว่า 1000 ราย

2-1

 

2-2

 

#3

จิม โจนส์ ผู้ก่อตั้งลัทธิวิหารแห่งมวลชน เป็นผู้นำการฆ่าตัวตายหมู่ครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน มีผู้เสียชีวิตกว่า 900 คน ที่เมืองโจนส์ทาวน์ ประเทศกายอานา ในปี ค.ศ. 1978 โดยการกินน้ำองุ่นผสม “ไซยาไนด์ (Cyanide)” และที่น่าสลดใจมากกว่านั้นคือในนั้นมีเด็กอยู่ด้วยกว่า 300 คน

3-1

 

3-2

 

3-3

 

จิม โจนส์ ผู้ก่อตั้งลัทธิวิหารแห่งมวลชน (คนใส่แว่นดำ)

3-4

 

#4

เพื่อหนีจากความโหดร้ายของโลกสมัยใหม่ ดังนั้นในปี 1994 สมาชิก Solar Temple จึงพากันฆ่าตัวตายเพื่อจบชีวิตของตัวเอง

4-1

 

4-2

 

#5

การฆ่าตัวตายของนักเคลื่อนไหวทางศาสนากว่า 778 คน โดยพวกเขาเชื่อว่าเกิดมาเพื่อปฏิบัติตามบัญญัติ 10 ประการและคำสั่งสอนของพระเยซูคริสต์ และเหตุนี้ทำให้พวกเขาฆ่าตัวตายพร้อมกัน

5-1

 

5-2

 

#6

ในปีคริสต์ศักราช 73 ชาวยิวถูกบีบคั้นจากทหารโรมันจนสุดทน ชาวยิวเริ่มลุกฮือขึ้นก่อการกบฏ แต่ไม่สามารถสู้ทหารโรมันได้ กระทั่งเหลือชาวยิวกลุ่มหนึ่งประมาณพันกว่าคนยึดป้อมโบราณบนยอดเขามาซาดาเป็นที่มั่นสุดท้าย แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีทางชนะแน่แล้ว ชาวยิวทั้งชายหญิงและเด็กๆ นับพันคน ในป้อมมาซาดาจึงยินดีฆ่าตัวตาย โดยไม่ยอมอยู่อย่างผู้แพ้

6-1

 

6-2

 

#7

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพสหรัฐอเมริกาส่งนาวิกโยธินยกพลขึ้นบกที่เกาะไซปัน ในปี ค.ศ. 1944 และทำการสู้รบกับทหารญี่ปุ่นเป็นเวลาสามสัปดาห์ ก่อนจะจบลงด้วยการเสียชีวิตของทหารญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด รวมทั้งครอบครัวชาวญี่ปุ่นอีกหลายพันคน โดยการฆ่าตัวตายที่หน้าผาบันไซ ทางตอนเหนือของเกาะ

7

 

#8

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง คนเยอรมันกว่าพันคนต้องยอมรับความพ่ายแพ้และได้ตัดสินใจกินแคปซูลไซยาไนต์ฆ่าตัวตาย

8

 

#9

ในยุค 1535 ปีก่อนคริสตกาล หลังจากที่่เมือง Chittor พ่ายแพ้ศัตรูจึงต้องทำตามกฎที่ว่าให้ฆ่าตัวตาย แต่การฆ่าตัวตายนี้จะทำเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งหลังจากที่กษัตริย์ของเมืองถูกฆ่าตายจากการแพ้สงคราม ดังนั้นราชินีจึงต้องฆ่าตัวตายพร้อมกับข้ารับใช้และผู้หญิงอีกหลายคนในเมือง

9

 

#10

การฆ่าตัวตายหมู่ครั้งสำคัญ ในประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย ปี ค.ศ. 1906 เกิดจากสงครามระหว่างราชาแห่งบะดุงและกองทัพดัตช์ เมื่อชาวเกาะพ่ายแพ้ พระราชาพร้อมผู้จงรักภักดี จึงฆ่าตัวตายตามพิธีปูปูตัน โดยมอบกริชประจำพระองค์ให้นักบวชใช้กริชนั้นแทงพระองค์เป็นคนแรก จากนั้นพวกที่เหลือก็ทำการสังหารกันเอง คาดว่าในครั้งนั้น มีคนตายไปเกือบ 2000 คน

10