ไขความลับของ “สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา” โดยนักวิทย์ได้เผยถึง 2 ทฤษฎีที่เป็นไปได้!!

เราอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ “สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา” มานักต่อนักแล้ว บ้างก็เชื่อว่าเกิดจากคลื่นแม่เหล็ก บ้างก็เชื่อว่าเกิดจากพายุ บ้างก็เชื่อว่าเกิดจากก๊าซใต้ทะเล และหลายๆ คนยังเชื่อว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวเลยด้วยซ้ำไป

 

เรื่องลึกลับที่เกิดขึ้นบนพื้นที่กว่า 500,000 ตารางกิโลเมตรในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ มีเครื่องบินกว่า 75 ลำและเรืออีกหลายร้อยลำได้สูญหายไปยังที่แห่งนี้โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์มีข้อพิสูจน์ที่น่าเชื่อถือมาชี้แจงด้วยกันอีก 2 ทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมด ไปอ่านกันเลย

 

ทฤษฎีที่ 1 เมฆหกเหลี่ยม

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าได้เกิดกลุ่มเมฆรูป 6 เหลี่ยมที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะว่าเมฆรูปนี้จะสร้างแรงลม (แอร์บอมบ์) ขนาด 170 เมตรต่อชั่วโมง ด้วยแรงลมที่มากขนาดนี้สามารถทำให้เรือพลิกคว่ำและจมได้เลย รวมไปถึงหากเครื่องบินที่บินผ่านก็จะเสียการควบคุมและตกสู่ท้องทะเล ทำให้เชื่อว่าเมฆรูปร่างหกเหลี่ยมนี้อาจอยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์แปลกๆ นี้ก็เป็นได้

 

เมฆนี้จะสร้างแรงลมพลังสูงที่เรียกว่าแอร์บอมบ์ ซึ่งมีความสูงกว่า 45 ฟุต นักอุตุนิยมวิทยา Randy Cerveny ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Mirror ว่าเมฆรูปหกเหลี่ยมที่ปรากฎเหนือมหาสมุทรคือกุญแจหลักของเรื่องนี้

Dr. Randy Cerveny

 

มันคือการรวมตัวของเมฆที่เรียกกันว่า “ไมโครเบิร์ส” ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ทำให้แรงลมพุ่งจากที่สูงลงไปสู่พื้นข้างล่างอย่างรวดเร็วและรุนแรง เมื่อลงไปยังทะเลแล้วจะทำให้เกิดคลื่น

 

นักวิจัยยังเสริมอีกว่ากลุ่มเมฆนี้จะปรากฎเหนือทางตะวันตกของเกาะเบอร์มิวด้า ขนาดประมาณ 32 ถึง 88 กิโลเมตร และ Dr. Steve Miller นักอุตุนิยมวิทยาดาวเทียมแห่ง Colorado State University บอกว่า ส่วนมากเมฆเหล่านี้จะเกิดแบบสุ่ม และไม่อาจเห็นขอบเมฆได้ชัดเจนนัก

 

ทฤษฎีที่ 2 แอ่งขนาดยักษ์ใต้ทะเล

นักวิทยาศาสตร์ได้พบแอ่งขนาดยักษ์ใต้ทะเล Barents มีความกว้างอยู่ราวๆ 0.8 กิโลเมตร และลึกลงไปราวๆ 46 เมตรด้วยกัน ทำให้เกิดการสะสมของก๊าซมีเทนที่รั่วออกมาจากใต้พิภพจนระเบิดและทำให้ทะเลแถบนั้นปั่นป่วนรุนแรง

 

ทีมนักวิทยาศาสตร์แห่ง Arctic University of Norway ได้ออกมากล่าวเพิ่มเติมด้วยเช่นกันว่า ในแถบนี้มีแอ่งขนาดยักษ์อยู่หลายแห่ง ซึ่งก่อให้เกิดการระเบิดของก๊าซในปริมาณมาก อาจเรียกได้ว่าเป็นแหล่งขุมพลังก๊าซมีเทนตื้นใต้ทะเลที่ใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรอาร์กติกเลยทีเดียว!!!

 

แน่นอนว่าด้วยก๊าซที่ระเบิดใต้ทะเลในระดับตื้นๆ อย่างรุนแรงนั้นทำให้อันตรายต่อการเดินทางโดยเรือมาก

 

สำหรับการค้นพบเหล่าบรรดาแอ่งขนาดยักษ์ใต้สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้านี้ นำไปสู่การเชื่อมโยงในเรื่องของเรือเดินสมุทรหลายๆ ลำที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งมีความเป็นไปได้มากจริงๆ

 

ทั้ง 2 ทฤษฎีที่กล่าวไปอาจจะเป็นต้นเหตุของชีวิตกว่า 1,000 ชีวิตที่เสียไปกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา และตอนนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าปรากฎการณ์ทางธรรมชาติเหล่านี้เป็นสาเหตุ ซึ่งมีสถิติว่ามีเครื่องบิน 4 ลำและเรืออีก 20 ลำหายไปทุกๆ หนึ่งปี

 

 

เครดิตข้อมูล catdumb.com