“จิม โจนส์” เจ้าลัทธิสุดโฉด ผู้นำแห่งการฆ่าตัวตายหมู่ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ตลอดระยะเวลากว่า 5,000 ปีของประวัติศาสตร์มนุษย์ มีศาสนาและลัทธิต่างๆ เกิดมามากมาย หลายๆ ศาสนาก็สร้างคุณประโยชน์ให้กับมวลมนุษยชาติ แต่ก็มีบางศาสนาที่นำผู้ศรัทธาไปพบกับโศกนาฏกรรมอันน่าสยอดสยอง

1

 

และวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ “จิม โจนส์” เจ้าลัทธิในคราบปีศาจ ผู้ที่หลอกให้คน 900 คนฆ่าตัวตายพร้อมๆ กันได้สำเร็จ (มากที่สุดในประวัติศาสตร์) จนกลายเป็นข่าวสุดสะเทือนใจไปทั่วโลก จะเป็นยังไงไปชมกันเลย!!

jimjones1977

 

เรื่องราวดังกล่าวเป็นของชายที่ชื่อว่า “จิม โจนส์” เขาเป็นชาวอเมริกันจากรัฐอินเดียน่า ผู้ก่อตั้งลัทธิ “Peoples Temple หรือ วิหารแห่งปวงชน” ขึ้นมาในช่วงยุค 50 ก่อนนำไปสู่การฆ่าตัวตายหมู่ที่โหดร้ายที่สุดในมนุษยชาติเหตุการณ์หนึ่งซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 900 คนในเวลาต่อมา

2

 

ชีวิตของ จิม โจนส์ เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 1931 ในครอบครัวอันอบอุ่น ในสมัยเด็กเขาชอบอ่านงานเขียนของนักปรัชญายุคเก่าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานของ คาร์ล มาส์ก หรือ เซอร์โทมัส มอร์ โดยเฉพาะเรื่อง “ยูโทเปีย” หรือ “ดินแดนในอุดมคติ” ที่ทุกคนเท่าเทียมกัน

“ยูโทเปีย” หรือ “ดินแดนในอุดมคติ” ที่ทุกคนเท่าเทียมกัน

105586474

 

และความเชื่อนี้เอง ทำให้เขารู้สึกขัดแย้งกับพ่อของตนเองอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อพ่อของเขาเป็นสมาชิกของกลุ่ม “คู คลักซ์ แคลน (Ku Klux Klan)” กลุ่มเหยียดสีผิวชื่อดัง

s-314b7acf4111ade202f6d1d229f9103b0fcbba41

 

โดยครั้งหนึ่งที่ จิม พาเพื่อนผิวสีมาบ้าน แต่พ่อของเขากลับไม่อนุญาติให้เพื่อนผิวสีคนนนั้นเข้าบ้าน ทำให้เขาเกิดความรู้สึก “เวทนา” ต่อเพื่อนร่วมโลกต่างสีผิวเป็นอย่างมาก

mtiwnja4njm0mdc0mjaznjyw

 

เมื่อเขาโตขึ้น เขาจึงก่อตั้งลัทธิ “Peoples Temple” ขึ้นมา โดยหลักการของลัทธินี้ก็คือ ทุกคนเท่าเทียมโดยไม่มีการแบ่งแยกรวยจน สีผิว หรือเชื้อชาติ (อย่างกับคอมมิวนิสต์)

10-00-pt-logo

 

ซึ่งด้วยทักษะการจูงใจคนชั้นเยี่ยมของเขา ทำให้มีผู้ศรัทธาในลัทธินี้มากมาย โดยเฉพาะกลุ่มชนผิวสี ที่ถูกเหยียดหยามในช่วงนั้น

harveymilk_jimjones

 

ต่อมาเขาได้รวบรวมเงินบริจาค ซื้อที่ดินรกร้างแห่งหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้เพื่อสร้างเมืองในอุดมคติของเขาที่ชื่อว่า โจนส์ทาวน์ (Jonestown) ขึ้นมา

3

 

โดยมีผู้อยู่อาศัยเป็นเหล่าผู้ศรัทธาในลัทธิ “Peoples Temple” และตัว “จิม โจนส์” ก็กลายเป็นผู้ปกครองเมืองนั้น ทุกคนในเมืองต้องทำงานเท่ากันและแบ่งปันผลประโยชน์เท่ากัน โดยไม่มีการเอาเปรียบแต่อย่างใด

4

 

จากภายนอกดูเหมือนสมาชิกทุกคนในเมืองใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่ความจริงแล้วทุกคนต้องทำงานหนักมาก การแบ่งปันอาหารเป็นไปอย่างจำกัดจำเขี่ย ผิดกับ จิม โจนส์ ที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสบาย แถมยังมั่วเซ็กส์และยาเสพติดอีกต่างหาก

jim_jones_006b

 

ยิ่งไปกว่านั้น จิม โจนส์ กลายเป็นกฎหมายของเมือง เขาได้ออกข้อห้ามต่างๆ มากมาย เช่น ห้ามแสดงออกถึงความรักในที่สาธารณะ ห้ามออกจากเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษอย่างสาสม (หนักสุดถึงตาย)

jim_jones_1977

 

ต่อมาทางสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริการู้สึกเป็นกังวลต่อเมืองโจนส์ทาวน์แห่งนี้เป็นอย่างมาก พวกเขาจึงส่งวุฒิสมาชิกท่านหนึ่งชื่อว่า “ลีโอ ไรอัน” เข้าไปตรวจเยี่ยมเมืองนี้ หลังจากได้ยินเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน

วุฒิสมาชิก “ลีโอ ไรอัน”

leo_ryan

 

เมื่อท่านวุฒิสมาชิกไรอันมาถึง จิม โจนส์ ก็เตรียมการจัดฉากต้อนรับเป็นอย่างดี จนวุฒิสมาชิกไรอันแทบไม่เห็นความวิปริตของเมืองนี้

96237916-jpg-crop-cq5dam_web_1280_1280_jpeg

 

แต่ในระหว่างนั้น มีสมาชิกในหมู่บ้านหลายคน พยายามแอบขอให้วุฒิสมาชิกไรอัน พาพวกเขาออกไปจากเมืองนี้ ซึ่งทางวุฒิสมาชิกก็จัดการเตรียมพาสมาชิกเหล่านั้นออกไป

mtiwnja4njm0mdc0mjaznjyw

 

แต่ในช่วงวันท้ายๆ มีสมาชิกในหมู่บ้านชื่อว่า “ดอน สไลน์” พยายามใช้มีดทำร้ายท่านวุฒิสมาชิก ฐานเข้ามาจุ้นจ้านเรื่องราวในเมืองโจนส์ทาวน์มากเกินไป เมื่อเจอดังนั้น ท่านวุฒิสมาชิกจึงรีบเดินทางออกหมู่บ้านเพื่อกลับสหรัฐฯ ทันที

a18bd68d719d52499497e33d058e6411

 

แต่ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะจิม โจนส์ ได้ส่งสมุนมือดีไปจัดการคณะตรวจสอบของท่านวุฒิสมาชิกที่สนามบินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กว่าครึ่งของคณะตรวจการถูกยิงเสียชีวิตที่สนามบินรวมทั้งนักข่าวจากสำนักข่าวเอ็นบีซีอีกด้วย

1024x1024

 

โชคดีที่นักบินผู้เห็นเหตุการณ์สามารถแจ้งเรื่องดังกล่าวไปทางวิทยุการบินได้ทัน ทำให้โลกได้รับรู้ความบ้าคลั่งของเมืองนี้เป็นที่เรียบร้อย

hqdefault-1

 

เมื่อจิมทราบว่าวุฒิสมาชิกไรอันเสียชีวิตแล้ว เขารู้ว่าอีกไม่นาน ทางสหรัฐฯ ต้องส่งคนมาจัดการเขาแน่นอน เขาจึงประกาศให้ทั้งเมือง เริ่มพิธีการที่ซักซ้อมกันมาอย่างยาวนานซักที นั่นก็คือ การฆ่าตัวตายหมู่นั่นเอง!!

5

 

โดยเขาประกาศเสียงตามสายในหมู่บ้านว่า อีกไม่นานจะมี ผู้ไม่ประสงค์ดี กระโดดลงมาจากท้องฟ้า แล้วกราดยิงทุกคนอย่างไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะเด็กหรือว่าผู้ใหญ่ และจะทรมานทุกคนอย่างหนักก่อนจะฆ่าให้ตายด้วย

actually-jim-jones-cult-was-bay

 

ฉะนั้นทุกคนต้องชิงฆ่าตัวตายก่อนจะได้ไม่ทรมาน และการฆ่าตัวตายครั้งนี้ จะทำให้พวกเขาได้ไปอยู่ในดินแดนอีกแห่งที่ผาสุขกว่าเดิมอีกด้วย

08-11a-ever

 

ซึ่งภายหลังจากมีการเปิดเทปบันทึกเสียงภายในหมู่บ้าน พบว่าจิมได้แจกจ่ายไวน์องุ่นผสมยาพิษ “ไซยาไนด์ (Cyanide)” ให้กับทุกคนได้กิน ซึ่งแม้ไซยาไนด์จะเป็นยาพิษร้ายแรง แต่ก็ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกทุกทรมาณสุดๆ ก่อนจะเสียชีวิตเหมือนกัน

118839

 

ในเทปบันทึกเสียงได้บันทึกเสียงจิมกล่าวชักจูงให้พ่อแม่กรอกยาพิษให้ลูกกิน ก่อนที่จะให้ตัวเองกินตาม ซึ่งระหว่างที่จิมพูดนั้น ก็มีเสียงกรี๊ดร้องอันทรมานของเด็กๆ ที่กำลังจะเสียชีวิตเพราะยาพิษเข้ามาแทรกเป็นระยะๆ อีกด้วย

jonestown_4

 

นอกจากนี้เขายังบอกว่า การตายครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นความตายที่บริสุทธิ์อีกต่างหาก

ภาพแรกที่หน่วยงานจากภายนอกเข้ามาเห็นหลังจากเกิดเหตุการณ์ฆ่าตัวตายหมู่ คือซากศพหลายร้อยศพ ที่นอนเรียงกันอย่างระเกะระเกะ

hqdefault

 

บ้างก็เป็นศพพ่อแม่ลูกนอนกุมมือกัน บ้างก็เป็นคู่รักนอนกอดกัน ส่วนจิม นอนเสียชีวิตอยู่ข้างปะรัมพิธีของตนเอง โดยมีรูกระสุนอยู่บนหัว

jonestown-massacre

 

สรุปเหตุการณ์แล้ว มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 914 ศพ ถือว่าเป็นการฆ่าตัวตายหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

blogger-image-2059377100

 

ภายหลังมีการชันสูตรศพจิม พบว่าในร่างกายเขามีสารเสพติดอยู่สูงมาก ซึ่งถ้าเป็นคนปกติคงจะตายไปแล้ว นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาก่อเรื่องราวสุดสะเทือนขวัญนี้ก็เป็นได้

mtiwnja4njm0mdc0mjy5mtk2

 

เครดิตข้อมูล catdumb.com