X-Men!! พบโรคประหลาดที่ทำให้ร่างกายสร้างแอลกอฮอล์เองได้

เป็นเรื่องที่ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อมีการค้นพบว่าร่างกายคนเราสามารถสร้างแอลกอฮอล์ได้เอง เรื่องสุดแปลกนี้เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่ง ที่ได้รับคำยืนยันจากแพทย์ว่าเขาเป็นโรคที่ร่างกายสามารถผลิตแอลกอฮอล์ได้เอง

โรคนี้มีชื่อว่า “ออโต-บริวเวอรี่ ซินโดรม” (Auto – brewery syndrome) โรคประหลาดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้ร่างกายผลิตแอลกอฮอล์ได้เองในระบบย่อยอาหาร

beer

 

เรื่องราวประหลาดนี้ถูกเปิดเผยโดย นายโจเซฟ มารูแซค ทนายความชาวอเมริกัน ที่รับเป็นทนายให้กับจำเลย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีขับรถระหว่างมึนเมา โดยผู้ต้องหาที่เป็นครูวัย 35 ปี ในขณะที่ตำรวจจับกุมและตั้งข้อหานั้น ผู้ต้องหารายนี้อยู่ในสภาพตาแดงก่ำ เสียงพูดจาอ้อแอ้ และไม่ผ่านการทดสอบพฤติกรรมเบื้องต้นหลายอย่าง

police

 

ทำให้ต้องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด พบว่าผู้ต้องหารายนี้มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่าระดับที่กฎหมายอนุญาตให้ขับรถได้ถึง 4 เท่าตัว

_87438448_gettyimages-72658115

 

แต่เมื่อสอบถามจากเจ้าตัว ผู้ต้องหารายนี้ยืนกรานเด็ดเดี่ยวกับทนายว่าไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 6 ชั่วโมงก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมเกิน 3 แก้ว ซึ่งไม่น่าจะทำให้ในร่างกายของตนมีระดับแอลกอฮอล์เกินกว่า 0.08 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ที่กฎหมายกำหนดให้แต่อย่างใด

1436887600_st_-louis-drunk-driving-lawyer_zpsg3orgfyb

 

ทนายจึงนำผู้ต้องหาไปตรวจร่างกายกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคประหลาดชนิดนี้ นพ.อนุป แคโนเดีย พบว่า ผู้ต้องหาป่วยเป็นโรคหายากที่เรียกว่า “ออโต-บริวเวอรี่ ซินโดรม” จริง โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมียีสต์อยู่ในระบบลำไส้สูงมากเป็นพิเศษ ยีสต์พวกนี้เองที่ทำหน้าที่หมักอาหารซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูงแล้วเปลี่ยนให้เป็นแอลกอฮอล์ภายในร่างกายนั่นเอง

Auto-Brewery-Syndrome--Usenze(1)

 

คนที่เป็นโรคนี้เมื่อกินอาหารจำพวกแป้งเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ให้โดยอัตโนมัติ

auto-brewery-syndrome-2

 

โรคนี้พบเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในทศวรรษ 1970 ตอนนั้นรู้จักกันในชื่อโรค “กัท เฟอร์เมนเทชั่น ซินโดรม” นพ.อนุปให้แนวทางรักษาด้วยวิธีการจำกัดอาหาร ให้รับประทานเฉพาะอาหารที่มีแป้งน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการหมักที่จะก่อให้เกิดแอลกอฮอล์ในลำไส้ขึ้นมาอีก ทำให้ผู้ต้องหารายนี้กลับมาขับรถได้อีกครั้ง

20160305163057

 

โจนาธาน เทอร์เลย์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ระบุว่า คดีนี้ดูเผินๆ ตอนแรกเหมือนกับจะเป็นความพยายามเพื่อไม่ให้ถูกลงโทษฐานเมาแล้วขับ แต่เอาเข้าจริงแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก ที่สำคัญก็คือ ศาลพิจารณาแล้วว่าจำเลยไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคประหลาดนี้ จึงตัดสินให้พ้นผิด

1410-500x281

 

แต่ถ้ารู้ตัวว่าเป็นโรคนี้แล้วยังขับรถ ก็ถือว่ากระทำผิดฐานเมาแล้วขับอยู่ดี ที่ผ่านมาอาการแบบนี้ มักถูกยกขึ้นมาเป็นข้อแก้ตัวในคดีเมาแล้วขับมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ใช่ว่าศาลจะรับฟังเสมอไป เพราะต้องมีการทดสอบรับรองโดยแพทย์ที่เชื่อถือได้ด้วย

เครดิต matichon.co.th