7 หนังเอาชีวิตรอด ที่สร้างจากเหตุการณ์จริงจากทั่วโลก

แน่นอนว่า อุบัติเหตุ ภัยพิบัติ และโศกนาฏกรรม จะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากประสบพบเจอกับตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร แถมยังห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้อีกด้วย

สิ่งเดียวที่เราทำได้หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างความเป็นกับความตาย ก็คือการเอาตัวรอดและมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ และนี่คือ 7 หนังเอาชีวิตรอด ที่สร้างจากเหตุการณ์จริงจากทั่วโลก ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

 

#1

Alive (1993)

ดัดแปลงจากหนังสือ Alive: The Story of the Andes Survivors (1974) เล่าเรื่องจริงของเหตุการณ์เครื่องบินสัญชาติอุรุกวัยตกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 1972 ผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คนจากจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 45 คน ต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ ทั้งสภาพอากาศอันหนาวเหน็บจากหิมะบนภูเขาที่หนากว่า 15 เมตรและอุณหภูมิติดลบ 30-40 องศาเซลเซียส ซ้ำร้ายยังไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร ไม่มีเครื่องมือปฐมพยาบาลที่พร้อม แถมความหวังที่มีก็เริ่มน้อยลงทุกทีเมื่อวันเวลาผ่านไปเนิ่นนานมากกว่า 2 เดือน

 

#2

Touching the Void (2003)

หนังกึ่งสารคดีอ้างอิงจากหนังชื่อเดียวกันของ โจ ซิมป์สัน (Joe Simon) บอกเล่าเรื่องจริงของตัวเองและเพื่อนร่วมเดินทาง ไซมอน เยตส์ (Simon Yates) เมื่อครั้งออกทริปปีนเขาในประเทศเปรู แต่เคราะห์ร้ายที่หิมะ น้ำแข็ง และความสูงชันของภูเขาทำให้ ซิมป์สัน พลาดท่าลื่นตกหน้าผาจนเข่าซ้ายกระแทกและขาขวาหัก ท่ามกลางความตึงเครียดเพราะร่างกายเริ่มขยับเขยื้อนไม่ได้และเสบียงอาหารที่หมดลงไปทุกที ชายทั้งสองพยายามเอาชีวิตรอดและช่วยเหลือกันจนถึงที่สุด

 

#3

World Trade Center (2006)

จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่ทำเอาทั้งโลกสะเทือนเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2001 สู่ภาพยนตร์ บอกเล่าเหตุการณ์อีกด้านของทีมตำรวจกู้ภัยที่พร้อมเข้าช่วยเหลือทุกคน แต่กลับต้องเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง เมื่อจู่ ๆ ตึกสูงก็ถล่มลงมาอย่างกะทันหันทำให้เจ้าหน้าที่ 2 นายติดอยู่ใต้ซากตึกซ้ำยังได้รับบาดเจ็บจนขยับไปไหนเองไม่ได้ ระหว่างรอความช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยข้างนอก พวกเขาต้องสร้างความหวังเพื่อต่อลมหายใจของตัวเองและมีชีวิตรอดออกไปให้ได้

 

#4

Sanctum (2011)

เรื่องราวของทีมนักประดาน้ำที่เข้าไปสำรวจถ้ำแห่งหนึ่งในประเทศปาปัวนิวกินี แต่พายุฝนที่โหมกระหน่ำทำให้ระดับน้ำในถ้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทางออกซึ่งเป็นทางเดียวกับที่พวกเขาใช้เข้ามาถูกปิดตาย

 

การผจญภัยสุดท้าทายในตอนแรกจึงเปลี่ยนเป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก และหาทางออกใหม่ที่เชื่อมกับทะเลกว้างจากถ้ำที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกตแห่งนี้

 

#5

The Way Back (2010)

รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวจริงของเชลยศึกชาวโปแลนด์ที่หนีออกจากค่ายกักกันในประเทศไซบีเรีย และตัดสินใจเดินทางด้วยเท้าไกลกว่า 4,000 ไมล์สู่อิสรภาพและชีวิตใหม่ในประเทศอินเดีย แต่กว่าจะถึงฝั่งฝัน พวกเขาต้องรับมือกับอุปสรรคมากมายระหว่างทาง ทั้งแดดร้อนระอุตอนกลางวัน อากาศที่หนาวเหน็บตอนกลางคืน เสบียงน้ำและอาหารที่ไม่เพียงพอ รวมถึงภัยจากยุงกระหายเลือดฝูงใหญ่ ในทะเลทรายที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

 

#6

127 hours (2010)

ดัดแปลงจากเรื่องจริงในหนังสือ Between a Rock and a Hard Place (2004) เล่าเหตุการณ์เสี่ยงตายของนักปีนเขา อารอน แรลส์ตัน (Aron Ralston) เมื่อครั้งเผชิญกับเหตุหินถล่มจนแขนและร่างกายติดอยู่ท่ามกลางผาหินแคบในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา โดยไม่มีอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารและไม่มีใครรู้ตำแหน่งของเขาแต่อย่างใด เมื่อหวังพึ่งใครไม่ได้นอกจากตัวเอง อารอน จึงตัดสินใจเอาตัวรอดด้วยวิธีน่าเหลือเชื่อก่อนต่อสู้กับผาสูง 65 ฟุตและระยะทางกว่า 8 ไมล์เพื่อเอาชีวิตรอด

 

#7

The 33 (2015)

จากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2010 กับภารกิจช่วยชีวิตคนงานเหมืองซานโฮเซ 33 ชีวิต ที่เหมือนถูกฝังทั้งเป็นอยู่ใต้ดินที่มีความลึกเท่ากับตึก 200 ชั้นจากเหตุการณ์ดินถล่มในเหมืองแร่ เกิดเป็นภารกิจสุดยิ่งใหญ่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทีมกู้ภัยจากทั่วโลก ภายใต้บรรยากาศที่ร้อนระอุจนยากจะหายใจ ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเสบียงอาหารและเวลาที่หมดไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาจะมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้อย่างไร?

 

เครดิตข้อมูล kapook.com