ไททันโนโบอา (Titanoboa) งูที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ใหญ่ยิ่งกว่าอนาคอนดา

ไททันโนโบอา (Titanoboa) เป็นนักล่าแห่งโลกดึกดำบรรพ์ที่น่าหวาดหวั่น ด้วยลำตัวที่สามารถยาวได้ถึงสิ 15 เมตรและน้ำหนักที่อาจมากเกือบ 1,500 กิโลกรัม ทำให้ไททันโนโบอากลายเป็นหนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่น่าเกรงขามที่สุด เท่าที่เคยอาศัยอยู่ในโลกใบนี้

0_0_140671_01_640x333

 

ไททันโนโบอา (Titanoboa) อาศัยอยู่บนโลกในยุคพาลีโอซีนตอนต้น เมื่อ 60 – 58 ล้านปีก่อน พวกมันเคยอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้

3

 

โดยฟอสซิลของงูยักษ์ชนิดนี้ถูกขุดพบครั้งแรกในเหมืองถ่านหินเคอเรยอน ที่ ลา กูเอจิรา ประเทศโคลัมเบีย

9-catalina-630x472

 

titanoboa

 

จากชิ้นส่วนของฟอสซิลที่ขุดพบ ประมาณการได้ว่า เมื่อยังมีชีวิต เจ้าของฟอสซิลนี้ มีความยาวถึง 12.8 เมตร และหนักราว 1,135 กิโลกรัม ซึ่งด้วยความใหญ่โตของมัน ทำให้มันถูกเรียกว่า “ไททันโนโบอา” ซึ่งแปลตรงตัวว่า “งูหลามยักษ์”

5

 

1

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสัตว์จำพวกงูจะมีการเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ จนตลอดชีวิตของมัน ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดว่า งูชนิดนี้อาจเติบโตจนมีความยาวได้ถึง 15 เมตรและหนักเกินกว่า 1,500 กิโลกรัม

titanoboa_by_herschel_hoffmeyer-d72dgop

 

15 เมตรยาวแค่ไหนเรามาเปรียบเทียบกันชัดๆ รถบัสคันโตๆ ยังยาวแค่ 9 เมตรเท่านั้นเอง

4

 

ด้วยขนาดที่ใหญ่มากจึงทำให้มันเป็นนักล่าที่น่าเกรงขามที่สุดของอเมริกาใต้ในยุคนั้นและยังครองตำแหน่งงูที่ใหญ่ที่สุด ยาวที่สุดและหนักที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์โลกอีกด้วย

02-1542x833

 

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้งูยักษ์เกิดขึ้นมาได้นั้น ก็เนื่องมาจากสภาพอากาศในยุคพาลีโอซีนที่อบอุ่นขึ้นกว่าในโลกปัจจุบันมาก ทำให้สัตว์เลื้อยคลานสามารถเติบโตขยายขนาดจนกลายเป็นสัตว์ยักษ์ได้ โดยในยุคนี้ นอกจากงูยักษ์แล้ว ยังมีเต่ายักษ์ที่มีขนาดเท่ารถยนต์และจระเข้ยักษ์หลายชนิดที่ยาวถึงเจ็ดเมตรอีกด้วย

1419402367-hqdefault-o

 

ในยุคที่ไททันโนโบอาดำรงชีวิตอยู่ พื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาใต้เป็นป่าดงดิบเหมือนเช่นป่าอเมซอนในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์คิดว่า งูยักษ์ชนิดนี้น่าจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในลำน้ำมากกว่าบนบก เนื่องด้วยน้ำจะช่วยพยุงขนาดร่างกายที่ใหญ่โตของมันได้และยังทำให้สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้อย่างรวดเร็ว

aimliji6psakjgjcpf83

 

2

 

รวมทั้งการอาศัยอยู่ในน้ำยังสามารถพรางตัวใต้น้ำยามที่จะล่าเหยื่อได้ด้วย โดยเหยื่อของไททันโนโบอา ได้แก่ ปลาขนาดใหญ่และสัตว์ในกลุ่มจระเข้โบราณอย่าง เซอเรคอนนิซูคัส และอาคีรอนทีซูคัส ที่มีความยาวหกถึงเจ็ดเมตรและถือเป็นนักล่าที่น่าเกรงขามอีกพวกหนึ่ง

titanoboa-1

 

แต่เมื่อเทียบขนาดกับ ไททันโนโบอาที่โตเต็มที่แล้ว พวกมันก็เป็นแค่อาหารคำโตเท่านั้น โดยนักวิทยาศาสตร์คิดว่า ไททันโนโบอาน่าจะล่าเหยื่อด้วยการซุ่มโจมตีและใช้ขากรรไกรที่ทรงพลังงับเหยื่อก่อนจะกลืนลงท้อง แทนการใช้ลำตัวรัดจนเหยื่อขาดใจแล้วจึงกลืนลงไปแบบงูอนาคอนดาและงูหลามในปัจจุบัน

0_0_140671_01_640x333

 

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ทำให้อุณหภูมิโลกเริ่มลดลง ทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงและได้ส่งผลให้งูยักษ์กับสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ต้องสูญพันธุ์ไป

7

 

6

 

อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่ของทวีปอเมริกาใต้ เช่นตอนในของป่าดงดิบลุ่มแม่น้ำอเมซอน สภาพแวดล้อมยังคงเป็นดังที่เคยเป็นเมื่อหลายสิบล้านปีก่อน จึงเป็นไปได้ว่า งูยักษ์อาจยังคงสืบทอดเผ่าพันธุ์ของมันและรอวันที่จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ก็เป็นได้

croc-battle