20 เรื่องจริงของ “นักล่าปูอลาสก้า” อาชีพที่รายได้ดี แต่เสี่ยงตายที่สุดในโลก

เชื่อว่าทุกคนเคยได้ยินชื่อ “ปูอลาสก้า” แต่ไม่ใช่ทุกคนที่รู้จักเรื่องราวของ “นักล่าปูอลาสก้า” ที่ว่ากันว่าเป็นอาชีพที่อันตรายที่สุดในโลก หลายคนเอาชีวิตไปทิ้งในท้องทะเล หลายคนเสียแขน และพิการ นั่นคือความโหดร้ายของอาชีพนี้

420310

 

แต่หากพวกเขาฝ่าฟันจนเอาชนะคลื่นลมได้ เงินก็ย่อมไหลมาเทมามหาศาล ที่สำคัญขอบอกว่าคลื่นในทะเลที่เขาไปจับปูอลาสก้า ถือว่าเป็๋น “จุดที่โหดที่สุดในโลก” ส่วนจะระทึกมากแค่ไหนตามมาชมกันได้เลย

 

#1

ในแต่ละปีทุกคนจะมุ่งสู่ทะเล Bering Sea โดยปูที่จะถูกจับตามองก็คือ King Crab และ Opilio Crab ซึ่งปูสองชนิดนี้จะออกมาเพ่นพ่านอยู่ราว 2 เดือนเท่านั้น และกัปตันต้องตัดสินใจว่าว่าจะใช้เวลากับปูแต่ละชนิดนานกี่สัปดาห์

1

 

#2

Bering Sea คือทะเลที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกที่แสนห่างไกลของรัสเซียและอลาสก้า ที่นี่ขึ้นชื่อว่ามีกระแสน้ำอันบ้าคลั่ง น้ำแข็ง และสภาพอากาศระดับนรกแตก จนได้ชื่อว่า “จุดการทำประมงที่อันตรายที่สุดในโลก” และมีฉายาว่า “a continuous storm” (ดินแดนที่มีพายุคลั่งสาดลงมาแบบไม่จบไม่สิ้น)

2

 

#3

คลื่นโดยปกติของทะเล Bering Sea จะเรียกได้ว่าท้าตายสุดๆ เพราะสูงถึงราว 50 ฟุต (ทั้งที่ปกติจะสูงราว 10-20 ฟุตเท่านั้น) แถมบางทียังสูงจนถมทับเรือได้สบาย เพราะความสูงระดับบ้าระห่ำ 80 ฟุตก็มี เรียกได้ว่าเหมือนปะทะซึนามิดีๆ นี่เอง

3

 

#4

การจับปูอลาสก้าคุณแทบไม่มีเวลานอนหลับ เพราะพายุจะซัดตลอดเวลา และเรือที่สั่นโครงเครงมันโหดยิ่งกว่าอยู่ในนรกซะอีกและคุณไม่มีทางหลับลง

4

 

#5

โดยปกติเรือจะจอดอยู่ในโซนใดโซนหนึ่งนานราว 5-12 วัน และใช้เวลาราว 1-2 วันเพื่อไปให้ถึงที่นั่น

5

 

#6

ก่อนออกเรือสู่ทะเลคลั่งในอลาสก้า เรือทุกลำต้องบรรทุกอาหารที่กินเพียงพอสำหรับ 3 เดือน และเชฟบนเรือก็มักนำบรรดาปูนี่แหละมาปรุงบ่อยๆ ฉะนั้นชาวประมงจำเป็นต้องรักษาหุ่นมาก เพราะพวกเขาจะอ้วนง่ายสุดๆ และบางครั้งชาวประมงก็สนุกกับการป้อนอาหารให้สิงโตทะเล

6

 

#7

ถ้าทุกอย่างเป็นใจ เรือจะได้ปูมาเต็มลำในเวลาเพียง 3 วัน แต่ถ้าฟ้าไม่เป็นใจก็ต้องใช้เวลานานถึง 8-9 วันกว่าจะได้กลับบ้าน (และนั่นหมายความว่าจะเปลืองน้ำมันมากขึ้นด้วย)

7

 

#8

วิธีการจับปูที่ใช้คือการโยนกรงจับปูที่เรียกว่า Crab Pots ลงไปในทะเล

8

 

#9

แม้แต่กัปตันประสบการณ์สูงก็ยังไม่รู้ว่าปูอยู่ที่ไหน และบางทีก็คว้าน้ำเหลวได้ จนชาวประมงบอกกันว่า “คุณไม่มีทางรู้เลยล่ะว่า ในกรงจับปูจะมีปูสักตัวติดมามั้ย เพราะมันอาจว่างเปล่าก็ได้”

9

 

#10

กรงจับปูมีน้ำหนักมากกถึง 800 ปอนด์ แม้จะไม่มีปูอยู่ในนั้นก็ตาม และถ้านำขึ้นมาแล้วว่างเปล่า พวกเขาก็ต้องยกขึ้นมาเพื่อย้ายจุด

10

 

#11

ชาวประมงจะทำการคัดปูเฉพาะตัวที่ได้มาตรฐานเข้าคลังท้องเรือเท่านั้น และตัวที่ไม่เวิร์กจะถูกโยนกลับสู่ทะเล

11

 

kapook_world-830130

 

#12

ในเรือมักเต็มไปด้วยเหยื่อล่อ และกรงจับปู มันรกใช้ได้เลยล่ะ

12

 

#13

กัปตันส่วนใหญ่จะห้ามไม่ให้ลูกเรือถ่ายรูปหรือสนใจอย่างอื่น เพราะหากสมาธิไม่อยู่กับตัว นั่นอาจหมายถึงชีวิตที่อาจหลุดลอยไปในพริบตา

13

 

#14

ลูกเรือต้องทำงานรวด 20 ชั่วโมง เป็นเวลา 3-7 วัน และนั่นก็เหนื่อยนรกเชียวล่ะ

14

 

#15

การจับปูอลาสก้าเหมือนพาตัวเองไปเสี่ยงดวง มันเหมือนซื้อหวย เพราะแม้แต่กัปตันก็ไม่รู้ว่าจะคว้าน้ำเหลวรึไม่

15

 

#16

แต่แม้มันจะกดดันและบ้าระห่ำมาก แต่งานนี้ก็ท้าทายมากเช่นกัน และมันสนุกมากทุกครั้งที่ได้แบ่งปันเรื่องราวการผจญภัยแบบโคตรมันกับเพื่อนบนเรือแต่ละคน

kapook_world-830114

 

16

 

#17

บางทีเครนที่ใช้ยกกรงจับปู ก็เกิดข้อผิดพลาดและปล่อยให้กรงขนาด 800 ปอนด์ตกลงมาใส่หัวใครก็ได้ ซึ่งนี่ถือเป็นอันตรายที่เรือแทบทุกลำต้องเจอ

17

 

#18

ถ้าคุณเอาชนะทะเลคลั่งได้ ถ้าคุณรอดชีวิตกลับมาได้อย่างประสบความสำเร็จ ภายในเรือมักจะเต็มไปด้วยปู Opilio Crab 200,000 ตัว และ King Crabs 150,000 ตัวต่อลำ

kapook_world-769399

 

18

 

19

 

#19

ก่อนจะออกไปจับปูอลาสก้าแต่ละครั้งจะต้องเตรียมตัวเตรียมเรือประมาณ 2 เดือน แต่การออกไปจับส่วนใหญ่ใช้เวลาแค่ 5 วันเท่านั้น

420310

 

#20

จากรายละเอียดที่กล่าวมาทั้งหมด ชาวประมงจะมีราคาได้ราว 5 แสนบาท/คน

g484hg65wh

 

1383300225-682752topi-o

 

แบ่งปัน