เผาเงินทิ้งชัดๆ! ฐานป้องกัน “นิวเคลียร์ข้ามทวีป” มูลค่าสองแสนล้านของสหรัฐ ต้องปิดตัวลงหลังใช้งานได้เพียงวันเดียว

บนโลกของเรามีหลายประเทศที่ต้องการอำนาจ และประเทศเหล่านี้เข้าห่ำหั่นกันด้วยอาวุธหนักอย่างเช่น รถถัง ระเบิด จรวด เครื่องบินรบ ขีปนาวุธ หรือแม้แต่ “นิวเคลียร์” ซึ่งหากมีการยิงอาวุธหนักอย่างนิวเคลียร์ขึ้นมา ความสูญเสียจะมากโข โลกอาจถึงขั้นล่มสลาย

 

ประเทศสหรัฐที่เป็นผู้นำทางทหารอันดับหนึ่งของโลก จึงได้สร้างฐานป้องกันขีปนาวุธขึ้นมาเพื่อเอาไว้สกัดกั้น “นิวเคลียร์” ที่อาจจะถูกยิงเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ในช่วงสงครามเย็น แต่แล้วมันกลับต้องปิดตัวลงหลังใช้งานได้เพียงวันเดียว เพราะอะไร? เราไปอ่านรายละเอียดกันเลย

 

ฐานป้องกัน “นิวเคลียร์” ที่ว่านี้ชื่อ Stanley R. Mickelsen Safeguard Complex

เริ่มก่อสร้างในปี 1970 ภายใต้ความกังวลที่อาจก่อให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตที่ต่างฝ่ายต่างทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์กันมาโดยตลอด ซึ่งฐานทัพแห่งนี้ตั้งอยู่ที่นอร์ทดาโกต้า รัฐที่อยู่เหนือสุดของสหรัฐฯ

 

ป้องกันอย่างไร?

ฐานป้องกันมิสไซล์นี้่ถูกคาดกันว่าจะใช้สำหรับสกัดกั้นการยิงขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีป (ICBM) ของโซเวียต ผ่านประเทศแคนาดามายังประเทศสหรัฐฯ

 

อาคารพีระมิทขนาดใหญ่ สูง 24 เมตร ถูกฝังอุปกรณ์ตรวจจับภัยคุกคามจากขีปนาวุธทั้ง 4 ด้าน และจะทำการกำจัดขีปนาวุธด้วยมิสไซล์ LIM-49 Spartan ที่ใช้สำหรับต่อต้านขีปนาวุธโดยเฉพาะ และหากไม่สำเร็จก็จะมีการยิง Sprint มิสไซล์ต่อต้านขีปนาวุธระยะใกล้เป็นแผนสอง

 

ขั้นตอนทั้งหมดนี้ถูกเรียกว่าระบบ “Safeguard” นับเป็นการสร้างระบบป้องกันอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่ทุ่มงบประมาณไปจำนวนสูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2 แสนล้านบาท) เพื่อแลกกับความปลอดภัยของชีวิตชาวอเมริกัน

 

เปิดใช้งานวันที่ 1 ตุลาคม 1975

ฐานป้องกันนี้ก็ถูกประกาศเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ตุลาคม 1975 มันถูกตั้งความหวังเอาไว้ว่าจะเป็นอุปกรณ์ป้องกันนิวเคลียร์ของโซเวียต ที่อาจยิงมาได้ทุกเวลาในช่วงสงครามเย็น

 

แต่!! หลังจากนั้น 24 ชั่วโมง

ได้มีการประชุมของสภาคองเกรส และสภา “มีมติให้ยึดงบประมาณและประกาศปิดโครงการนี้ทันที” ถือเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจ และไม่มีใครคิดมาก่อน

 

อะไรคือเหตุผล?

หนึ่งในเหตุผลที่สำคัญคือ “อนุสัญญาว่าด้วยการลดขีปนาวุธ” (ABM) ที่ลงนามโดยสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตในปี 1972 ที่มีระยะเวลา 30 ปี (ถึงปี 2002) ทำให้ทั้งสองประเทศมีขีปนาวุธสกัดกั้นได้เพียง 100 ลูกเท่านั้น

 

เพราะอะไร…ทำไมอุปกรณ์ป้องกันขีปนาวุธจึงถูกจำกัดจำนวน?

ทั้งสองประเทศคิดว่า หากสมมติว่าประเทศใดประเทศหนึ่งในนี้สร้างระบบสกัดกั้นขีปนาวุธเอาไว้ทั่วประเทศได้สำเร็จ นั่นหมายความว่าประเทศดังกล่าวก็มีศักยภาพในการเปิดฉากสงครามนิวเคลียร์ได้เหนือกว่าประเทศอื่น จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดอัตราความเสี่ยงให้ทั้งสองมีเท่ากัน หากทุกฝ่ายบริสุทธิ์ใจจริงๆ

 

ภายหลังครบในปี 2002

ทั้งสองได้ร่างสัญญา SORT หรือสัญญามอสโก ก่อนจะได้ร่างสัญญา START อนุสัญญาว่าด้วยการลดอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งจะหมดอายุในปี 2021 และสามารถยืดออกไปได้ถึงปี 2026 ก่อนตกลงกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นสัญญาเพียงฉบับเดียวที่ทำให้ทั้งสองยังไม่เปิดฉากใส่กันเพราะรู้ว่าทั้งคู่ต่างมีอาวุธหนัก

 

ฐานมิสไซล์ Stanley R. Mickelsen Safeguard Complex แห่งนี้จึงโดนเทไปดื้อๆ เช่นเดียวกันกับฐานป้องกันขีปนาวุธในประเทศรัสเซียด้วย

 

อย่างไรก็ตามฐานป้องกันขีปนาวุธบางส่วนที่ถูกสร้างในเมืองอื่นยังคงเปิดใช้งานอยู่ แต่ฐานป้องกันแห่งนี้กลายเป็นสถานที่รกร้างหลังจากนั้นเพียง 5 เดือน และถูกจดจำว่าเป็นสถานที่ที่เป็นขยะทางการทหารแห่งหนึ่งที่แพงที่สุดในสหรัฐฯ และในโลกอีกด้วย

 

เครดิตข้อมูล SpokeDark.TV