17 เรื่องจริงของน้องหมา ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

น้องหมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกได้เต็มปากว่า “เป็นมิตรแท้ของมนุษย์” ที่มีความหลากหลาย ทั้งในแง่สายพันธุ์ ลักษณะนิสัย เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยที่เรียกได้ว่า รู้แล้วต้องทึ่ง ยิ่งปัจจุบันนี้เทคโนโลยีก้าวไกลมากขึ้น ทำให้เรารู้เบื้องลึกของชีวิตน้องหมามากขึ้นเรื่อยๆ และนี่คือ 17 เรื่องจริงของน้องหมา ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

cp

 

#1 ประสาทรับกลิ่นน้องหมาดมกลิ่นโรคของคนได้!

เรารู้กันมานานแล้วตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าน้องหมาจมูกดีเป็นเลิศ เพราะพวกมันสามารถรับรู้กลิ่นได้มากกว่าคนถึง 10,000 – 100,000 เท่า เพราะมีขนาดพื้นที่การรับกลิ่นถึง 125 – 150 ตารางเมตร (คนมีเพียง 4 – 5 ตางรางเมตรเท่านั้น) แถมยังมี ประสาทการรับกลิ่นมาก 100 ล้านเซลล์

 

จึงไม่น่าแปลกใจที่พวกมันจะสามารถแยกกลิ่นแปลก ปลอมของกลิ่นเหงื่อ กลิ่นกาย ลมหายใจ หรือแม้กระทั่งฮอร์โมนของเรา จนรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นเจ้าของ ที่เปลี่ยนไป จนพบต้นตอของโรคต่างๆ ได้

1.2

 

#2 ทุกครั้งที่น้องหมาดื่มน้ำ พวกมันไม่ได้เลียน้ำ

แต่ก่อนเราคงเข้าใจว่า เวลาน้องหมาดื่มน้ำพวกมันจะเอาลิ้นแตะน้ำ แบบที่เราชอบทำเลียนแบบกันตอนเด็กๆ จนกระทั่งวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ทำให้เห็นการดื่มน้ำของน้องหมาว่า ที่จริงแล้วพวกมันห่อปลายลิ้นเข้าหาตัวเหมือนเป็นกระบวยตักน้ำใส่ปากต่างหากล่ะ

2.2

 

ดูคลิปกันชัดๆ ว่าน้องหมากินน้ำกันอย่างไร

 

#3 น้องหมาโคลนนิ่งพร้อมกันถึง 6 ตัว เกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้

น้องหมา 6 ตัว เป็นน้องหมาพันธุ์ลาบราดอร์ เกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ช่วงปีช่วงปี 2007 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาเป็นนักดมกลิ่นยาเสพย์ติดให้แก่ท่าอากาศยาน และท่าเรือ ซึ่งทั้ง 6 ตัวนี้เกิดจากการก็อปปี้ยีนส์ของลาบราดอร์ นิสัยดี ชำนาญการการดมกลิ่น ชื่อว่า “เชส” ซึ่งแน่นอนเจ้า 6 ตัวนี้มีพฤติกรรมที่ต่างจากน้องหมาลาบราดอร์ตัวอื่นตรงที่พวกมันมีนิสัยดีตั้งแต่กำเนิด ฉลาด ตื่นตัวอย่างรู้อยากเห็น ฝึกง่าย ไม่ค่อยเล่นซุกซน และเข้าใจผู้ฝึกสอนได้อย่างดี

4.1

 

#4 น้องหมาที่อายุมากที่สุดในโลกอยู่ได้ 29 ปี กับ 282 วัน!

เจ้าแม็กซ์น้องหมาดัชชุนผสมบีเกิ้ลและผสมเทอร์เรีย เป็นผู้ได้รับตำแหน่งนั้นไป ด้วยสถิติ อยู่ได้นานถึง 29 ปี กับ 282 วัน ซึ่งโดยปกติแล้วน้องหมาจะมีอายุขัยเฉลี่ยที่ประมาณ 15 – 18 ปีเท่านั้น

5.1

 

#5 น้องหมาสามารถฟังคำสั่งได้หลายภาษา

น้องหมาแต่ละตัวสามารถรับรู้ภาษาจากถิ่นฐานที่พวกมันเกิดมาได้ แต่ก็มีหลายตัวที่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นๆ ที่ใช้ภาษาต่างกัน อาจทำให้พวกเขาสับสนบ้างจากคำสั่งที่เสียงต่างออกไปจากเดิม อย่างไรก็ตาม พวกมันอาศัยการสังเกตจากภาษากายเป็นหลัก เสียง คำสั่งเป็นสิ่งรอง

6.1

 

ดังนั้นไม่ว่าจะสอนพวกมันกี่ภาษา ขอแค่มีภาษากายที่เป็นภาษาหลัก มีการเชื่อมโยงกับการกระทำอย่างชัดเจน และหมั่นฝึกฝนเป็นประจำ จะ 20 ภาษาน้องหมาก็ฟังเข้าใจไม่มีปัญหา แน่นอน

 

#6 น้องหมามีกรุ๊ปเลือดถึง 8 กลุ่มหลัก

น้องหมามีกรุ๊ปเลือดถึง 8 กลุ่ม คือ DEA1.1,DEA 1.2,DEA 3,DEA 4,DEA 5,DEA 6,DEA 7,DEA 8 โดยจะประกอบไปด้วยเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และน้ำเลือด มีสารเคลือบผิวเม็ดเลือด แต่จะไม่มี Antibody ในน้ำเลือด (Plasma) เช่นเดียวกับคน

7.1

 

#7 น้องหมามีเหงื่อออกแค่ที่บริเวณอุ้งเท้าและจมูกเท่านั้น

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เห็นน้องหมามีขนขึ้นเยอะๆ ทั่วทั้งตัว…แต่พวกมันไม่มีรูขุมขนที่บริเวณผิวหนัง จะมีก็แค่ที่อุ้งเท้า และที่จมูก สังเกตได้จากเวลาที่อากาศร้อนมากๆ ที่จมูกและฝ่าเท้าน้องหมาจะชื้น เพื่อที่จะระบายความร้อน ซึ่งแน่นอนว่า แค่ 2 ตำแหน่งไม่สามารถช่วยอะไรพวกเขาได้สักเท่าไหร่ จึงต้องอาศัยการหอบ และอาศัยผู้เลี้ยงคอยพาพวกเขาเข้าที่ร่ม เปิดพัดลมให้คลายร้อนนั่นเอง

8.1

+++

251_nose-940x626

 

#8 ไม่ใช่ทุกโรคที่น้องหมาจะติดต่อสู่คน

มีเพียงโรคพิษสุนัขบ้า โรคฉี่หนู และแบคทีเรียบางชนิดเท่านั้น ที่สามารถติดต่อจากน้องหมาสู่คนโดยผ่านการสัมผัสเยื่อเมือกของคนเรา เช่น ปาก ลิ้น แผล เยื่อบุตา เยื่อบุช่องคลอด เป็นต้น การปล่อยให้น้องหมาเลียแขน เลียปาก ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

9.1

 

#9 น้องหมาสีดำถูกทิ้งให้อยู่ในสถานสงเคราะห์สัตว์มากที่สุด

ทั้งในไทยและในต่างประเทศทั่วทุกมุมโลกต่างมีความเชื่อเกี่ยวกับน้องหมาดำว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย เชื่อมโลกมนุษย์ กับปรโลก ทำให้คนเลี่ยงที่จะเลี้ยงน้องหมาตัวสีดำ ซึ่งส่งผลให้น้องหมาสีดำในสถานพักพิงสัตว์ หรือ สถานสงเคราะห์สัตว์ มักไม่มีใครสนใจที่จะรับเลี้ยง

10.1

 

#10 ในกรุงเทพฯ มีน้องหมาจรจัดถึงเกือบ 1 ล้านตัว ทั่วโลกกว่า 300 ล้านตัว

น้องหมาจรจัดเป็นปัญหาที่ไม่มีวันลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็เริ่มต้นมาจากการทอดทิ้งสุนัขให้ออกมาอยู่ตามถนน แล้วเกิดการแพร่พันธุ์ ไม่มีการทำหมัน น้องหมาให้กำเนิดลูกไม่ต่ำกว่า 2 ตัวต่อคอก ยังไม่นับสมาชิกใหม่ที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลงอีก ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ยังไม่มีหนทางแก้ไข ยกเว้นความรับผิดชอบของผู้เลี้ยงที่จะคอยดูแลพวกเขาทั้งชีวิตไม่ทอดทิ้ง

11.1

 

#11 สหภาพโซเวียตใช้น้องหมามากกว่า 60 ตัว ส่งขึ้นอวกาศ

กว่าจะมียานอวกาศขึ้นไปยังวงโคจร มีนักอวกาศคนแรกชื่อ “ยูริกาการิน” ทางสหภาพโซเวียตในสมัยนั้นก็จำเป็นต้องจับน้องหมาข้างถนนมาเป็นตัวทดลองขึ้นไปพร้อมกับยานอวกาศ บางตัวโชคดีได้กลับลงมา บางตัวก็ต้องเสียชีวิตระหว่างปฏบัติงาน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ตัว

12.1

 

#12 น้องหมาเห็นภาพเบลอๆ และ เห็นเพียง 2 เฉดสี

น้องหมาไม่สามารถเห็นภาพชัดเจนได้เหมือนคน แต่จะเป็นภาพเบลอๆ เหมือนคนสายตาสั้น เพราะพวกมันมีเซลล์รับแสงน้อยกว่าเราประมาณ 5 – 6 เท่า นอกจากนี้ยังมองเห็นสีได้เพียง 2 เชดสี คือสีน้ำเงินกับสีเหลืองเท่านั้น และไม่สามารถแยกสีเขียวกับสีแดงได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขามีความสามารถในการจับความเคลื่อนไหลของสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วกว่า แม้ในระยะที่ไกลกว่าและในที่มืด

ภาพด้านซ้ายคือสีที่มนุษย์มองเห็น ภาพด้านขวาคือสีที่น้องหมามองเห็น

14.1

 

#13 น้องหมาขาสั้น การพัฒนาที่ผิดปกติของยีนส์ เพื่อให้กลายเป็น “หมารู”

น้องหมาสายพันธุ์ขาสั้นเกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความบกพร่องทางร่างกาย แปลงยีนส์ผิดปกติชั่วคราวกลายเป็นยีนส์ผิดปกติถาวร จนในที่สุดก็ได้ออกมาเป็นสุนัขสายพันธุ์ ขาสั้นอย่างที่เราเห็นกัน เพื่อนำพวกเขามาช่วยไล่จับสัตว์ตัวเล็กๆ ที่อยู่ในรูที่คอยกัดแทะกิน หรือ ทำลายเรือกสวนไร่นา

16.1

 

#14 พี่หมีร็อตไวเลอร์ ติดโผหนึ่งในสายพันธุ์ที่มึนที่สุดในโลก

ปกติแล้วหลายเว็บไซต์ หรือ หลายสมาคมคนเลี้ยงสุนัขจะมีการจัดอันดับ จัดกลุ่ม น้องหมาที่ฉลาดที่สุด และแน่นอนว่าต้องมีน้องหมามึน (ไม่ฉลาด) ที่สุดอีกด้วย ซึ่งมีเกณฑ์การวัดที่ลักษณะนิสัยของสายพันธุ์นั้นๆ ว่าพวกเขาฝึกยากไหม ความจำดีหรือไม่ เชื่อฟังสั่งได้มากน้อยแค่ไหน มีสมาธิหรือไม่

17.1

 

โดยหนึ่งในนั้นก็มี “พี่หมี” ร็อตไวเลอร์สุดมึนติดกับเขาด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่คนเลี้ยงน้องหมาพันธุ์นี้ต่างมีความเห็นว่า พวกมันติ๊งต๊อง ขี้อ้อนเหมือนเด็ก วันๆ เอาแต่นอน แต่พอถึงเวลาจะกัดก็กัดมั่วซั่วไม่ดูตาม้าตาเรือเลยว่า นี่มันเจ้าของนะ! เลยต้องโดนทำโทษไปตามระเบียบ

 

#15 นักศึกษาสัตวแพทย์ก็มี “อาจารย์ใหญ่” เหมือนกัน

อาจารย์ใหญ่ของสัตวแพทย์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “อาจารย์ใหญ่ทางสัตวแพทย์” คือเป็นน้องหมาหรือสัตว์ที่เสียชีวิตแล้วมาชุบน้ำยารักษาเนื้อเยื่อเพื่อใช้ศึกษาโครงสร้างของร่างกายที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

18.1

 

ซึ่งน้องหมาที่ได้รับเลือกให้เป็นอาจารย์ใหญ่จะต้องเป็นสุนัขที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลสัตว์ มีระยะเวลาเสียชีวิตไม่เกิน 12 ชั่วโมง มีอายุระหว่าง 2 – 8 ปี น้ำหนักระหว่าง 10 – 20 กิโลกรัม และไม่มีรูปร่างอ้วนหรือผอมมากเกินไป แต่ที่สำคัญต้องไม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โรคมะเร็งและเนื้องอก และโรคติดต่อร้ายแรงจากสัตว์สู่คน

 

#16 น้องหมาพันธุ์ยักษ์ใหญ่กว่า 10 สายพันธุ์ เหมาะกับการอยู่ในพื้นที่แคบ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ น้องหมาพันธุ์ใหญ่หลายสายพันธุ์เหมาะกับการอยู่ในพื้นที่แคบมากกว่าพันธุ์เล็กเสียอีก เพราะน้องหมาพันธุ์ใหญ่มักมีพลังงานต่ำ เหนื่อยง่าย ร้อนง่าย เดินแป๊บๆ ก็ต้องนอนเอาแรง ต่างจากน้องหมาพันธุ์เล็กบางสายพันธุ์ที่ไฮเปอร์ วุ่นวาย ไม่มีเหนื่อย พลังงานสูงมาก พาไปวิ่งเป็นกิโลๆ ยังมีแรงป่วนรอบบ้านได้อีก สุดยอดเลย

19.1

 

#17 การแข่งขันน้องหมาขึ้นคร่อม

อย่างที่รู้กันว่าน้องหมาชอบขึ้นคร่อมนั้นไม่ได้เกิดจากความต้องการทางเพศของพวกเขาอย่างที่เราคิดไปเอง เท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียกร้องความสนใจ การแสดงอำนาจเหนือ รู้สึกเบื่อหน่าย ตื่นเต้นดีใจ หรือเครียด

20.1

 

ทำให้ผู้เลี้ยงหลายคนโดยเฉพาะในต่างประเทศเห็นพฤติกรรมขึ้นคร่อมเป็นเรื่องน่าขัน สนุกสนาน จึงนำมาจัดการแข่งขันน้องหมาชอบขึ้นคร่อม ว่าน้องหมาตัวไหนสามารถทำท่าขึ้นคร่อมได้นานกว่ากัน รวดเร็ว และดูทรงพลังมากที่สุด! รับไปเลยถ้วยรางวัล!

 

ติดตามเรื่องราวแปลกๆ จากทั่วโลกได้ที่นี่

“ถ้ามีเครื่องหมายถูกแล้ว ไม่ต้องกดนะครับเพราะจะกลายเป็น Unlike”

อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมด้านล่างครับ

 

เครดิตข้อมูล Dogilike.com

คิดเห็นอย่างไรล่ะ?

แบ่งปัน