15 สัตว์ป่าสงวนของไทย ที่แม้แต่คนไทยเองก็อาจจะลืมไปหมดแล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่คนไทยเราไม่ค่อยได้ใส่ใจหรือสนใจกันเท่าไหร่ คงหนีไม่พ้นรายชื่อสัตว์ป่าสงวนของไทยที่คนไทยส่วนใหญ่ท่องเอาไปสอบ และลืมมันไปหลังจากวางปากกา วันนี้เรามาเตือนความจำตัวเองกันหน่อยดีกว่าว่า 15 รายชื่อต่อไปนี้มีอะไร และเกี่ยวอะไรกับเรา

 

คำว่าสัตว์ป่าสงวน หมายถึง สัตว์ป่าหายาก 15 ชนิด เป็นสัตว์ป่าที่ห้ามล่า หรือพยายามล่า ห้ามค้า ห้ามนำเข้าหรือส่งออก เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ผู้ฝ่าฝืนมีโทษ สำหรับสัตว์ป่าสงวนทั้ง 15 ชนิดนั้นมีอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย

 

#1 กระซู่

เป็นสัตว์ตระกูลแรดพันธุ์เล็กที่สุดในโลก มี 2 นอ ส่วนสูงที่ระดับไหล่ประมาณ 1.0 – 1.4 เมตร น้ำหนัก 900-1,000 กก. มีขนปกคลุมทั่วร่างกาย สามารถปีนป่ายที่ลาดชันได้ สภานภาพปัจจุบันเป็นสัตว์หายากมาก คาดว่ายังพบได้บริเวณป่าทึบตามแนวพรมแดนไทย-พม่า และชายแดนไทย-มาเลเซีย

 

#2 เลียงผา

เป็นสัตว์กีบคู่มีเขาจำพวกแพะ สูงประมาณ 85-94 ซ.ม.ที่ระดับหัวไหล่ หนักประมาณ 85-140 กก. อาศัยอยู่ตามภูเขาที่มีหน้าผาหรือถ้ำ สามารถเคลื่อนที่ในที่สูงชันอย่างว่องไวและปราดเปรียวมาก สามารถว่ายน้ำข้ามระหว่างเกาะกับแผ่นดินได้ มีอวัยวะรับสัมผัส ทั้งตา หู และจมูกที่ดี กินพืชที่ขึ้นอยู่ตามที่สูง ปัจจุบันลดจำนวนลงไปมากเนื่องจาก ถูกล่าเพื่อเอาเขา เนื้อ และทำน้ำมันเลียงผา

 

#3 สมัน

กวางขนาดกลาง ความสูง 1 เมตร และขึ้นชื่อว่ามีเขาที่สวยงามสุดในโลก เมื่อโตเต็มวัยเขาของสมันจะแตกแขนงมีลักษณะคล้ายสุ่มที่หงายขึ้น อาศัยอยู่เฉพาะที่ราบต่ำในภาคกลางของประเทศไทยเท่านั้น ปัจจุบันสมันได้สูญพันธุ์จากประเทศไทยไปโดยสมบูรณ์แล้วเมื่อปี 2475 ด้วยการล่าของนักล่าสัตว์ชาวไทย

 

#4 นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร

นกนางแอ่นชนิดหนึ่ง ขนาดวัดจากปลายจงอยปากถึงโคนหางยาวประมาณ 15 ซม. พบครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2511 บริเวณบึงบรเพ็ด จ.นครสวรรค์ และเป็นเพียงแห่งเดียวในโลกที่พบนกชนิดนี้ พวกมันชอบเกาะนอนในพงหญ้า นอนอยู่รวมกับฝูงนกนางแอ่นชนิดอื่นๆ ตามใบอ้อ และใบสนุ่น โฉบจับแมลงเป็นอาหาร ปัจจุบันเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้วเพราะการทำหลายแหล่งที่อยู่อาศัย

 

#5 กูปรี

สัตว์ตระกูลเดียวกับกระทิงและวัวแดง ความสูงที่ระดับไหล่ 1.7-1.9 เมตร น้ำหนักประมาณ 700-900 กก. อยู่รวมกันเป็นฝูงตั้งแต่ 2-20 ตัว มีลักษณะพิเศษคือ ตัวผู้ที่โตเต็มที่มักจะมีปลายเขาที่แตกเป็นพู่ เนื่องจากมันชอบใช้เขาแทงดินเพื่องัดหาอาหารกิน พบในไทย ลาว เขมร และเวียดนามเท่านั้น และยังคงถูกล่าเพื่อเอาเขาซึ่งมีราคาสูงอยู่เสมอ จึงทำให้มีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ในอนาคต

 

#6 นกกระเรียน

นกบินที่ได้ขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองไทย สูงประมาณ 150 ซม. พบตามหนอง บึง และท้องทุ่ง หากินเป็นคู่และกลุ่มครอบครัว จับคู่แบบผัวเดียวเมียเดียว กินแมลง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ เมล็ดพืช และต้นอ่อนของพืชน้ำ ปัจจุบันไม่พบในประเทศไทยอีกเช่นกัน เพราะถูกล่าอย่างหนัก และแหล่งที่อยู่อาศัยถูกทำลาย แต่สามารถพบได้ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและเขมร

 

#7 นกแต้วแล้วท้องดำ

นกขนาดกลางลำตัวยาวประมาณ 21 ซม. อาศัยอยู่เฉพาะในป่าดิบที่ราบต่ำ ชอบทำรังบนกอระกำ และกอหวาย ซึ่งมีหนามแหลม ชอบกินไส้เดือน ส่งเสียกร้อง “วัก วัก” เพื่อประกาศอาณาเขตและร้องหาคู่ ส่งเสียงร้อง “แต้ว แต้ว” ขณะตกใจ ปัจจุบันพบได้เพียงแห่งเดียวในโลก คือที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จ.กระบี่ แต่คาดว่าเหลืออยู่ไม่เกิน 100 ตัว และมีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ในไม่ช้าเนื่องจาก ถิ่นที่อยู่กำลังถูกบุกรุกอย่างรุนแรง

 

#8 ควายป่า

เป็นบรรพบุรุษของควายบ้าน ขนาดของลำตัวใหญ่กว่าควายบ้าน รอบคอด้านหน้ามีรอยสีขาวเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวหงายอยู่ เรียกว่า “รอยเชียดคอ” ขาทั้งสี่มีสีขาวเหมือนใส่ถุงเท้า ความสูงที่ระดับไหล่ 1.6-1.9 เมตร น้ำหนักถึง 800-1,200 กก. แต่กลับปราดเปรียวมาก ชอบอยู่เป็นฝูงใหญ่ เมื่อตกใจหรือได้รับบาดเจ็บจะดุร้ายมาก ปัจจุบันพบได้บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี เท่านั้น

 

#9 แมวลายหินอ่อน

แมวป่าขนาดกลาง น้ำหนักประมาณ 4-5 กก. อาศัยอยู่ในป่าดงดิบและป่าดิบชื้นของเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ชอบอยู่บนต้นไม้ หากินในเวลากลางคืน ปัจจุบันจัดเป็นสัตว์ป่าหายากมาก มีรายงานในประเทศไทยว่าพบเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติทับลาน

 

#10 กวางผา

ลักษณะคล้ายแพะบ้าน มีความสูงที่ระดับไหล่ 50-70 ซม. น้ำหนักประมาณ 20-32 กก. มีขาแข็งแรงสามารถกระโดดตามชะง่อนผาได้อย่างว่องไวและแม่นยำ พบตามยอดเขาสูงชัน และสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,000 เมตร และมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี ปัจจุบันเหลืออยู่จำนวนน้อย และพบได้เพียงที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น จ.ตาก เท่านั้น

 

#11 เก้งหม้อ

เป็นเก้งมีสีคล้ำกว่าเก้งธรรมดา ทางด้านบนสีดำตัดกับสีขาวด้านล่างชัดเจน บริเวณโคนเขามีขนยาวแน่นและฟูเป็นกระจุก ชอบอาศัยอยู่ตามลำพังในป่าดงดิบตามลาดเขา จะอยู่เป็นคู่เฉพาะในฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น กินใบไม้ หญ้าและผลไม้ พบบริเวณชายแดนไทย-พม่า และในภาคใต้ของไทย เป็นสัตว์ในตระกูลกวางที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก

 

#12 สมเสร็จ

เป็นสัตว์หากินกลางคืน น้ำหนักประมาณ 250-300 กก. มีประสาทสัมผัสทางกลิ่นและเสียงดีมาก มีจมูกเหมือนงวงช้าง รูปร่างเหมือนหมู เท้าเหมือนแรด จึงเรียกว่าผสมเสร็จหรือสมเสร็จ มักหากินตามที่รกทึบ พบบริเวณป่าชายแดนไทย-พม่า ตลอดลงไปจนถึงภาคใต้ของไทย

 

#13 แรด

มีนอเดียว ความสูงที่ระดับไหล่ 1.70-1.75 เมตร น้ำหนัก 1,500-2,000 กก. ชอบนอนในปลัก โคลนตม หนองน้ำ เพื่อไม่ให้ถูกแมลงรบกวน มีสายตาไม่ค่อยดีนัก แต่ประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นดีมาก ครั้งหนึ่งเคยมีพบในบริเวณป่าชายแดนไทย พม่า ลงไปทางใต้ ปัจจุบันเชื่อกันว่ามีแรดอยู่ในธรรมชาติเพียง 20-30 ตัวเท่านั้น

 

#14 พะยูน

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในทะเล มีน้ำหนักประมาณ 300 กก. ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง กินหญ้าทะเลตามบริเวณน้ำตื้นใกล้ชายฝั่ง อดีตเคยมีให้เห็นทั่วไปในน่านน้ำเมืองไทย แต่จำนวนลดลงอย่างมากเพราะติดอวนชาวประมง และหญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหารถูกทำลายจากประมงชายฝั่ง ปัจจุบันสามารถพบพะยูนได้บริเวณเกาะลิบงและหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ซึ่งเหลืออยู่ประมาณประมาณ 40-50 ตัว

 

#15 ละอง ละมั่ง

ละอง เป็นชื่อเรียกตัวผู้ ส่วนละมั่งเป็นชื่อเรียกตัวเมีย ความสูงที่ระดับไหล่ 1.2 – 1.3 เมตร หนักประมาณ 95-150 กก. ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ ออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน กินใบไม้ ใบหญ้า และผลไม้เป็นอาหาร ปัจจุบันละองและละมั่งได้สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของไทยเรียบร้อยแล้ว แต่คาดว่ายังมีเหลืออยู่ตามบริเวณเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา และบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีชายแดนไทย-พม่า

 

ติดตามเรื่องราวแปลกๆ จากทั่วโลกได้ที่นี่

“ถ้ามีเครื่องหมายถูกแล้ว ไม่ต้องกดนะครับเพราะจะกลายเป็น Unlike”

อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมด้านล่างครับ

 

เครดิตข้อมูล yaklai.com

คิดเห็นอย่างไรล่ะ?

แบ่งปัน