ย้อนรอย 10 เหตุการณ์ “เลวร้าย” ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์!! ที่โลกไม่มีวันลืม

ประวัติศาสตร์ หมายถึง เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีต อาจจะเป็นสิ่งที่มนุษย์ได้กระทำขึ้นหรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติก็ได้ ประวัติศาสตร์มีทั้งเรื่องราวที่ “ดี” น่าจดจำ และแน่นอนมันก็ต้องมีเรื่องราวที่ “เลวร้าย” และนี่คือการย้อนรอย 10 เหตุการณ์ “เลวร้าย” ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์!! ที่โลกไม่มีวันลืม

 

อันดับ 10 Tohoku Earthquake

“แผ่นดินไหวโทโฮะกุ” เป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ในญี่ปุ่นเกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้มีความแรงถึง 9.0 ริกเตอร์ ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิทำลายล้างสูงที่สุดถึง 40.5 เมตร แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศญี่ปุ่น

Tohoku-Earthquake_2

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 15,729 ราย บาดเจ็บ 5,719 ราย และสูญหาย 4,539 ราย ในพื้นที่สิบแปดจังหวัด อาคารถูกทำลายได้รับความเสียหายกว่า 125,000 หลัง รวมถึงเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิเกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล

bandicam-2015-12-10-19-25-33-261_2

+++

bandicam-2015-12-10-19-11-35-246_2

 

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาประกาศว่ามูลค่าความเสียหายจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิอาจมีมูลค่าสูงถึง 309,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นภัยธรรมชาติที่มีมูลค่าความเสียหายมากที่สุดนับแต่มีบันทึกมา ถือเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงและยากลำบากที่สุดสำหรับชาวญี่ปุ่น

bandicam-2015-12-10-19-26-22-837_2

+++

bandicam-2015-12-10-19-10-44-825_2

+++

bandicam-2015-12-10-19-11-02-335_2

 

อันดับ 9 Los Angeles Riots

“ลอสแองเจลิสจราจล หรือ ร็อดนีย์คิงส์จราจล” คือเหตุจราจลที่ร้ายแรงและสร้างความเสียหายสูงสุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของอเมริกา ในปี 1992 ต้นเหตุเกิดจาก ‘ร็อดนีย์ คิงส์’ ผู้ต้องหาผิวดำที่เสียชีวิต จากการกระทำเกินกว่าเหตุของตำรวจผิวขาว 4 นาย โดยมีกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพการกระทำอันโหดร้ายไว้ได้

bandicam-2015-12-10-19-14-22-638_2

 

แต่แล้วเมื่อมีการตัดสินคดี นายตำรวจผิวขาวทั้ง 4 นายกลับลอยนวลผ่านกระบวนการศาลอย่างไม่มีความผิดใดใด สร้างความไม่พอใจให้กับชาวผิวดำเป็นอย่างมากจึงเกิดเป็นสาเหตุของการจราจลทางเชื้อชาติที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยที่ตำรวจไม่สามารถรับมือได้

Los-Angeles-Riots_2

+++

bandicam-2015-12-10-19-13-35-388_2

 

อันดับ 8 Berlin Wall Falls

“การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน” กำแพงเบอร์ลิน คือสัญลักษณ์ของสงครามเย็นที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1961 โดยสหภาพโซเวียดที่ทำหน้าที่ปกครองประเทศเยอรมนีตะวันออกในขณะนั้น ได้สร้างกำแพงคอนกรีตแห่งนี้ให้แบ่งแยกเยอรมนีออกเป็น 2 ส่วนระหว่างตะวันตกและตะวันออก

bandicam-2015-12-10-19-16-30-072_2

 

หลังจากกำแพงคอนกรีตนี้ถูกสร้างขึ้นได้นำความสูญเสียมาสู่ชาวเยอรมนีจำนวนมากจากการปกครองแบบระบบคอมมิวนิสต์ อีกทั้งหากมีการหลบหนีที่กำแพงนี้จะมีระเบิดฝังเอาไว้จำนวนมาก มีหอคอยของทหารรักษาการณ์ กว่า 300 หอ ที่พร้อมจะยิงทุกคนที่พยายามจะข้ามไปฝั่งตะวันตก

berlin14-1

 

มีชาวเยอรมนีตะวันออก มากกว่า 100,000 คน ที่พยายามข้ามกำแพงเบอร์ลิน แต่ประสบความสำเร็จเพียง 5,000-10,000 คนเท่านั้น หลายคนเสียชีวิตเพราะถูกทหารยิง บางส่วนเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เช่น จมน้ำในแนวแบ่งเขตกลางแม่น้ำ

bandicam-2015-12-10-19-15-32-144_2

 

แต่เมื่อปี 1989 ชาวเยอรมันตะวันออกจำนวนมหาศาลได้รวมตัวกันประท้วงต่อต้านรัฐบาลจนได้รับชัยชนะ แล้ววันล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินก็มาถึง คงเหลือไว้เป็นซากปรักหักพังบางส่วนไว้เป็นอนุสรณ์ปิดฉากพรมแดนที่ถูกปิดกั้นรวมทั้งสิ้น 28 ปี

Berlin-Wall-Falls_2

 

อันดับ 7 Manila Hostage Crisis

“วิกฤตตัวประกันมะนิลา” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ปี 2010 นายโรลันโด เมนโดซา อดีตนายตำรวจสัญญาบัตรระดับสูงของประเทศฟิลิปปินส์ โกรธแค้นที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง จึงก่อการจี้ชิงตัวประกันที่อยู่บนรถบัสของคังไท่ ทราเวล เซอร์วิส เป็นรถทัวร์ที่มีนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงจำนวน 25 คน โดยมีเงื่อนไขขอกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง

bandicam-2015-12-10-19-18-59-531_2

 

แต่การเจรจายุติสถานการณ์ตึงเครียดล้มเหลว ตำรวจฟิลิปปินส์จึงตัดสินใจบุกชิงตัวประกันและยิงคนร้ายเสียชีวิต แต่คนร้ายได้ทำการสังหารตัวประกันชาวฮ่องกงไปทั้งหมด 8 ศพ สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวของเหยื่ออย่างประเมินค่าไม่ได้

Manila-Hostage-Crisis_2

 

โศกนาฎกรรมครั้งนี้นักข่าวส่วนใหญ่ทั้งสื่อใน และต่างประเทศ มีความเห็นตรงกันว่า เป็นปฏิบัติการช่วยตัวประกันที่ล้มเลวโดยสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่ไม่มีประสบการณ์ และความเป็นมืออาชีพ สั่งการอย่างล่าช้า ทำให้ต้องสูญเสียตัวประกันหลายคน ทั้งๆ ที่คนร้ายมีเพียงคนเดียว

bandicam-2015-12-10-19-17-34-414_2

+++

bandicam-2015-12-10-19-18-17-948_2

 

อันดับ 6 Munich Olympics Hostage Situation

“เหตุการณ์ก่อการร้ายในมิวนิค” เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี ค.ศ.1972 ที่เมืองมิวนิค เยอรมันตะวันตก นับเป็นโศกนาฏกรรมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์โอลิมปิก

Munich-Olympics-Hostage-Situation_2

 

เมื่อกลุ่มโจรผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มกันยาทมิฬ (BLACK SEPTEMBER) ทั้งหมด 8 คน พร้อมอาวุธปืนและระเบิดมือ บุกเข้าโจมตีหอพักนักกีฬาชาวอิสราเอลในหมู่บ้านนักกีฬา สังหารนักกีฬาอิสราเอลเสียชีวิตทันที 2 ราย พร้อมกับจับตัวนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ชาวอิสราเอล 9 รายไว้เป็นตัวประกัน

bandicam-2015-12-10-19-20-17-095_2

 

ผู้ก่อการร้ายได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวสมาชิกของกลุ่มจำนวน 236 ราย ที่ถูกจองจำอยู่ทั่วโลก แต่การเจรจาล้มเหลว ผู้ก่อการร้ายจึงทำการสังหารตัวประกันทั้ง 9 ราย สุดท้ายผู้ก่อการร้ายก็ถูกยิงเสียชีวิต 5 ราย ยอมมอบตัว 3 ราย ส่งผลให้โอลิมปิกที่มิวนิคกลายเป็นโอลิมปิกแห่งความเศร้า ธงถูกลดลงครึ่งเสา เพื่อแสดงความเสียใจ แต่การแข่งขันก็ยังคงดำเนินต่อไป

bandicam-2015-12-10-19-20-07-696_2

+++

bandicam-2015-12-10-19-20-34-343_2

 

อันดับ 5 Space Shuttle Challenger

“กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์เกิดระเบิด” กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ เป็นกระสวยอวกาศลำดับที่สองขององค์การนาซ่า ที่เริ่มปล่อยสู่อวกาศครั้งแรกในปี 1983 และปฏิบัติภารกิจมาแล้ว 9 ครั้ง จนถึงภารกิจครั้งสุดท้าย ในวันที่ 28 มกราคม ปี 1986 กระสวยชาเลนเจอร์ได้ถูกปล่อยทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) สหรัฐฯ

Challenger-5

+++

Challenger-4

 

แต่เพียงแค่ 73 วินาที ก็เกิดประสบอุบัติเหตุระเบิดกลางอากาศ กลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่บนท้องฟ้า ยานแตกออกเป็นส่วนๆ ตกลงสู่ทะเล ส่งผลให้ลูกเรือทั้ง 7 คนเสียชีวิตทั้งหมด

Challenger-3

 

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ช็อคโลกนั้น เกิดจากชิ้นส่วนของกระสวยเกิดการชำรุดเสียหายจากการยิงในครั้งก่อนๆ โศกนาฏกรรมที่เกิดกับกระสวยชาเลนเจอร์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงการกระสวยอวกาศต้องหยุดชะงักไปนานถึง 3 ปี เนื่องจากเกิดข้อถกเถียงว่าควรดำเนินโครงการต่อไปหรือไม่

 

ภาพลูกเรือทั้ง 7 คนที่เสียชีวิตในครั้งนี้

Challenger-2

 

อันดับ 4 Standoff in Waco

“การปิดล้อมในวาโก” คือเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดล้อมกลุ่มอาคารเมาท์คาร์เมลเซ็นเตอร์ ที่ตั้งอยู่ นอกเมืองวาโก ในรัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอาคารนี้เป็นที่อาศัยของกลุ่มลัทธิแบรนช์ดาวิเดียน เป็นลัทธิที่มีความเชื่อในการเสด็จมาอีกครั้งของพระเยซู นำโดย “เดวิด โคเรซ”

เดวิด โคเรซ

David_Koresh

 

ซึ่งเป็นลัทธิที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น การทารุณเด็กทางเพศ และการซ่องสุมอาวุธ กระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี1993 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นอาคารทำให้เกิดการยิงต่อสู้กับสมาชิกของลัทธิ เจ้าหน้าที่เสียชีวิตทันที 4 นาย และสมาชิกของลัทธิเสียชีวิต 6 นาย แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปในอาคารได้จึงทำการ ตัดน้ำ ตัดไฟ และปิดล้อมอยู่นอกอาคารนานถึง 51 วัน

Standoff-in-Waco-3

 

และแล้ววันสิ้นสุดการปิดล้อมก็มาถึงเจ้าหน้าที่พร้อมยานยนต์หุ้มเกราะ อาวุธครบมือเข้าโจมตีโดยใช้แก๊สน้ำตายิงเข้าไปในอาคาร กระสุนปืนถูกยิงออกมาจากทั้งสองฝั่ง จากนั้นได้เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรงอาคารทั้งหลังพังลงมา สมาชิกของลัทธิซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็กเสียชีวิตทั้งหมด 76 คน โดยขาดอากาศหายใจและถูกไฟคลอก

Standoff-in-Waco-4

 

ส่วนเดวิด โคเรซ ผู้นำลัทธิได้เสียชีวิตลงโดยถูกยิงที่ศีรษะระหว่างการโจมตีเช่นกัน ซึ่งจนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ที่เป็นต้นเหตุการเสียชีวิตหมู่ในครั้งนั้น

 

อันดับ 3 Lee Harvey Oswald Shot

ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นมือปืนที่ยิง ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 35 จอห์น เอฟ. เคนเนดี เหตุการณ์การลอบสังหารเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 ในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ประธานาธิบดีถูกยิงด้วยปืนไรเฟิลจำนวนสองนัด

จอห์น เอฟ. เคนเนดี

Lee-Harvey-Oswald-Shot-4

 

ภาพเหตุการณ์ขณะที่ จอห์น เอฟ. เคนเนดี ถูกลอบสังหาร

Lee-Harvey-Oswald-Shot-5

+++

Lee-Harvey-Oswald-Shot-6

 

หลังการลอบสังหารคณะกรรมการสืบสวน สรุปว่าประธานาธิบดีถูกลอบสังหารโดย “ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์” เนื่องจากหลักฐานลายนิ้วมือบนกล่องปืนไรเฟิลตรงกับลายนิ้วมือของลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ แต่เขาก็ยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือสังหารประธานาธิบดี เพียงสองวันหลังจากเกิดเหตุลอบสังหาร ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ก็ถูกยิงจนเสียชีวิตเช่นกัน โดยแจ็ก รูบี เจ้าของไนท์คลับ

ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์

Lee-Harvey-Oswald-Shot-3

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างกล้องโทรทัศน์กำลังถ่ายทอดสดทำให้มีผู้คนหลายล้านคนที่เห็นภาพการยิงในขณะนั้น ถึงแม้ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์จะเสียชีวิตไปแล้วแต่แรงจูงใจในการลอบสังหารประธานาธิบดียังคงเป็นปริศนารวมถึงอีกหลายประเด็น เช่นเรื่องทฤษฎีสมคบคิด และการจัดฉากลอบสังหารเป็นต้น

ภาพเหตุการณ์สดขณะ ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ ถูกยิง บางกระแสกล่าวนี่คือการฆ่าปิดปาก

Lee-Harvey-Oswald-Shot-1

 

อันดับ 2 The World Series Quake

แผ่นดินไหวโลมาพรีเอตา หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม The World Series Quake เนื่องจากเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการแข่งขันเบสบอลเวิลด์ซีรีส์ ที่กำลังถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่17 ตุลาคม ปี 1989 ซึ่งหลังจากเปิดเกมการแข่งขันได้ไม่นานผู้แข่งขันทั้งสองทีมก็ต้องตกใจเป็นอย่างมากเนื่องจากได้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทำให้การแข่งที่เพิ่งจะเริ่มขึ้นต้องยุติลงทันที

The-World-Series-Quake-1

 

โดยแผ่นดินไหวนี้รุนแรงระดับ 7 ริคเตอร์ เกิดบนรอยเลื่อนซานแอนเดรส บริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก มีความรุนแรงและมีพื้นที่เสียหายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 300 คน ผู้บาดเจ็บอีกกว่า 3,757คน แผ่นดินไหวครั้งนี้มีตัวเลขความเสียหายประมาณ 6-13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นเหตุภัยพิบัติที่เสียหายสูงที่สุดของประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา

The-World-Series-Quake-2

+++

The-World-Series-Quake-3

 

อันดับ 1 September 11th, 2001

เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 หรือ 9/11 (ไนน์วันวัน) เป็นเหตุวินาศกรรมช็อคโลกเมื่อผู้ก่อการร้ายจำนวน 19 คน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ทำการจี้เครื่องบินพาณิชย์ 4 ลำขณะบินอยู่บนอากาศ เพื่อโจมตีแบบพลีชีพในนครนิวยอร์กและวอชิงตัน ดี.ซี

911-4

+++

911-1

 

ผู้ก่อการร้ายได้จี้เครื่องบินสองลำพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก เกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวอาคารทั้งสองถล่มลงภายในสองชั่วโมง ลำที่สามได้พุ่งชนอาคารเพนตากอนในอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ส่วนลำที่สี่ลำสุดท้ายได้ตกลงบริเวณทุ่งหญ้าในรัฐเพนซิลเวเนีย จากเหตุโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน และผู้โดยสารบนเครื่องบินทั้งสี่ลำเสียชีวิตทั้งหมด นับเป็นเหตุการณ์ก่อการร้ายที่สร้างความเสียหายแก่ชาวอเมริกันอย่างมหาศาล

911-3

+++

911-5

 

ทางการสหรัฐอเมริกาได้มุ่งเป้าไปที่โอซามา บินลาเดน (Osama bin Laden) หัวหน้าขบวนการอัลเคดา (Al Qaida) และสรุปว่าเขาเป็นผู้บงการให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

โอซามา บินลาเดน (Osama bin Laden)

Osama_bin_Laden_portrait

 

เครดิต gidy.com

แบ่งปัน