“มนุษย์หินซินโดรม” โรคประหลาดที่ทำให้ร่างกายของมนุษย์ค่อยๆ กลายเป็นกระดูก

โรคประหลาดนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า fibrodysplasia ossificans progressiva (FOP) หรือรู้จักกันทั่วไปในชื่อ “มนุษย์หินซินโดรม (Stone Man Syndrome)”

Fibrodysplasia-Ossificans-Progressiva-Picture

 

คนที่เป็นโรคนี้จะมีกลไกการซ่อมแซมตัวเองของร่างกายผิดปกติ ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ (เช่น กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น) ที่ได้รับความเสียหายและถูกซ่อมแซมใหม่กลายเป็นกระดูกไป

ภาพเอกซเรย์นี้ เราจะเห็นกระดูกที่ร่างกายสร้างมา “เกิน” จำนวนมาก

F1.large_resize

 

ภาพเอกซเรย์นี้จะเห็นได้ว่าขาด้านขวาของภาพมีกระดูกส่วนเกินงอกออกมา

bonessofttissueedit-30fost4y25yaekqkga991c

 

คนที่เป็นโรคนี้แรกเกิดอาจไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ มากนัก แต่เมื่อมีการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย ก็จะมีกระดูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ข้อต่อต่างๆ จะเริ่มถูกเชื่อมติดกันและใช้งานแทบไม่ได้

 

ภาพัฒนาการของกระดูกที่ผิดปกติของชายคนหนึ่งช่วงอายุ 6 – 11 ปี

1

 

ช่วง 13 – 40 ปี

2

 

กระดูกที่ถูกสร้างขึ้นใหม่มักติดไปกับกระดูกเดิม ทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคนี้ถูกล็อคให้เคลื่อนไหวไม่ได้เพราะกระดูกของตนเอง กลายเป็นมนุษย์หินตามชื่อของโรค

fibrodysplasia_ossificans_progressiva

 

ผู้ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ รอเพียงวันตายเท่านั้นซึ่งส่วนมากก็จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนัก ก่อนที่ร่างกายของพวกเขาจะขยับไม่ได้และเสียชีวิตลง

 

ภาพเอ็กซเรย์กระดูกของผู้ป่วยรายหนึ่ง จะเห็นได้ว่ามีเนื้อกระดูมากกว่าคนปกติอยู่มาก

tumblr_lsch3uqFbX1qew99q

 

แต่ก็ยังดีที่โรคมนุษย์หินนี้เป็นโรคที่หายากมาก อัตราส่วนของการเกิดโรคนี้อยู่แค่ประมาณ 1 คนต่อประชากร 2 ล้านคน เท่านั้น

Ni-Min-stone-man-syndrome-401806

 

ปัจจุบันโรค “มนุษย์หินซินโดรม” ยังไม่ทราบเงื่อนไขการเกิดและวิธีการรักษาที่แน่ชัด ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษา โดยเก็บตัวอย่างเลือดและดีเอ็นเอของผู้ที่มีอาการของโรคนี้ ซึ่งมีอยู่เพียงประมาณ 500 คน โดยหวังว่าวันหนึ่งเราจะสามารถป้องกันรักษาหรือช่วยเหลือผู้ที่เป็นโรคนี้ได้

maxresdefault_resize

+++

pkwlope

 

เครดิต indepencil.com

แบ่งปัน