18 สถานที่สุดมหัศจรรย์ ที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ

บนโลกของเรายังมีสถานที่ที่น่าพิศวงอีกมากมายที่น่าท่องเที่ยว น่าค้นหา สักครั้งในชีวิต และนี้คือ 18 สถานที่สุดมหัศจรรย์ที่ไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ซึ่งแต่ละที่ล้วนสวยงาม เรียกได้ว่าธรรมชาติช่างสร้างสรรค์ที่สุด ลองไปดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนบ้าง

 

#1 เดอะเวฟ (The Wave) ที่รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

เดอะเวฟ คือ ภูเขาหินทรายที่ฟอร์มตัวในลักษณะคล้ายคลื่นลาดชัน เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 190 ล้านปีก่อนหรือในยุคจูราสสิก เนื่องจากพื้นที่แถบนี้มีความเปราะบางมาก ทางการจึงจำกัดให้เข้าชมได้เพียงวันละไม่เกิน 20 คน และต้องเดินเท้าเข้าไปเกือบ 5 ก.ม. จึงจะถึงดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้

1. เดอะเวฟ (The Wave) ที่รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

+++

1. เดอะเวฟ (The Wave) ที่รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา2

+++

1. เดอะเวฟ (The Wave) ที่รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา3

 

#2 Tessellated Pavement บนเกาะแทสเมเนีย (รัฐหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย)

นี่คือภาพลานหินตะกอนบริเวณชายฝั่งที่ Eaglehawk Neck บนเกาะแทสมาเนีย ซึ่งถ้าหากมองเผินๆ จะแลดูคล้ายมีใครนำแผ่นกระเบื้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่มาวางเรียงรายริมทะเล

2. Tessellated Pavement บนเกาะแทสเมเนีย (รัฐหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย)

+++

2. Tessellated Pavement บนเกาะแทสเมเนีย (รัฐหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย)1

 

#3 หินรูปทรงประหลาด ในทะเลทรายขาว (White Desert) ประเทศอียิปต์

ทะเลทรายแห่งนี้ตั้งอยู่ใน Farafra Oasis มีลักษณะเป็นสีขาวและครีม ประกอบด้วยกลุ่มหินชอล์ครูปทรงประหลาดขนาดใหญ่มากมาย อันเป็นผลงานของพายุทรายที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

3. หินรูปทรงประหลาด ในทะเลทรายขาว

+++

3. หินรูปทรงประหลาด ในทะเลทรายขาว 1

+++

3. หินรูปทรงประหลาด ในทะเลทรายขาว 2

+++

3. หินรูปทรงประหลาด ในทะเลทรายขาว 4

 

#4 บ่อน้ำพุร้อนสีเลือด (Blood Pond Hot Spring) ที่เบปปุ ประเทศญี่ปุ่น

น้ำพุร้อนสีเลือด (Chinoike Jigoku) เป็นหนึ่งในบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังของเมืองเบปปุ ในจังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู สาเหตุที่น้ำพุมีสีเลือดเนื่องจากมีธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณมากนั่นเอง

4. บ่อน้ำพุร้อนสีเลือด

+++

4. บ่อน้ำพุร้อนสีเลือด 1

 

#5 Giant’s Causeway ที่ไอร์แลนด์เหนือ

Giant’s Causeway เป็นชายฝั่งที่เกิดจากการเย็นตัวของหินภูเขาไฟเมื่อประมาณ 50,000 ถึง 60,000 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดหินรูปหกเหลี่ยมและหินแท่งสี่เหลี่ยมกว่า 40,000 แท่ง องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน Giant’s Causeway เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986

5. Giant's Causeway

+++

5. Giant's Causeway 1

+++

5. Giant's Causeway 3

 

#6 ทะเลเกลือ ซาลาร์ เดอ อูยูนี (Salar de Uyuni) ประเทศโบลิเวีย

ทะเลเกลือที่ ซาลาร์ เดอ อูยูนี ของประเทศโบลิเวียนั้น มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีอาณาเขตกว้างใหญ่มากถึง 10,582 ตารางกิโลเมตร

6. ทะเลเกลือ ซาลาร์ เดอ อูยูนี

 

ช่วงเวลาที่งดงามที่สุดคือ เมื่อมีฝนตกจนเกิดผืนน้ำปกคลุมผลึกเกลือ เราจะได้พบกับภาพการสะท้อนอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างทิวทัศน์ที่เห็นอยู่เบื้องหน้ากับภาพสะท้อนจากผืนน้ำ จนเกิดเป็นคำกล่าวที่ว่า “ผืนฟ้าจรดผืนโลก อันงดงามชวนหยุดหายใจ”

6. ทะเลเกลือ ซาลาร์ เดอ อูยูนี1

+++

6. ทะเลเกลือ ซาลาร์ เดอ อูยูนี2

 

#7 ป่าหิน (Stone Forest) เมืองคุนหมิง มลฑลยูนาน ประเทศจีน

อุทยานป่าหิน (Shilin National Park) ในเมืองคุนหมิง จัดเป็นป่าหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่มากถึง 350 ตารางกิโลเมตร แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียง 12 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น

7. ป่าหิน

 

เดิมทีหินปูนเหล่านี้อยู่ใต้ผิวโลก แต่ภายหลังได้ถูกดันขึ้นมาในลักษณะเดียวกับหินงอก เชื่อกันว่าป่าหินแห่งนี้มีอายุราว 270 ล้านปีเลยทีเดียว

7. ป่าหิน1

 

#8 ธารน้ำแข็ง Taylor ใน McMurdo Dry Valleys ที่แอนตาร์คติกา (ขั้วโลกใต้)

ธารน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ มีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่โดดเด่นเป็นสีแดงส้ม ตัดกับน้ำแข็งส่วนอื่นๆ ซึ่งมีสีขาวโพลน เนื่องจากพื้นที่แถบนั้นเต็มไปด้วยออกไซด์ของเหล็ก (iron oxide) ซึ่งก็คือ “สนิม” นั่นเอง ด้วยเหตุนี้บริเวณดังกล่าวจึงได้รับการขนานนามตามลักษณะทางกายภาพว่า “น้ำตกเลือด” (Blood Falls)

8. ธารน้ำแข็ง

+++

8. ธารน้ำแข็ง2

 

#9 ทะเลสาปสปอท เลค (Spotted Lake) ประเทศแคนาดา

สปอท เลค เป็นทะเลสาปเกลือ ที่อยู่ในประเทศแคนาดา มีแร่ธาตุชนิดต่างๆ เข้มข้นอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ซัลเฟต แมกนีเซียม แคลเซียม และโซเดียม ซัลเฟต ในฤดูร้อนแร่ต่างๆ จะเกิดการระเหยและตกผลึกเป็นเกลือส่งผลทำให้แม่น้ำเกิดจุดคือด้านนอกเป็นส่วน ของแร่ธาตุนานาชนิด(ที่สามารถลงไปเดินสำรวจได้)

9. ทะเลสาปสปอท เลค

+++

9. ทะเลสาปสปอท เลค2

 

#10 ถ้ำน้ำแข็งไอส์รีเซนเวลต์ (Eisriesenwelt Ice Caves) ประเทศออสเตรีย

ถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้เป็น ถ้ำน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยถ้ำมีความยาวรวมกว่า 42 กิโลเมตร (แต่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมแค่กิโลเมตรแรก)

10.ถ้ำน้ำแข็งไอส์รีเซนเวลต์

 

ถ้ำแห่งนี้ค้นพบครั้งแรกในปี 1879 ที่สมัยนั้นคนในท้องถิ่นรู้จักมันในฐานะทางเข้าสู่นรกและไม่กล้าที่จะเข้าไปข้างใน ลักษณะข้างในถ้ำเป็นเหมือนภูเขาที่อยู่ในถ้ำและจะมีน้ำแข็งเกาะ หินงอก เต็มไปหมดเหมือนโลกต่างมิติยังไงอย่างงั้นจนไม่เชื่อว่านี้ นี่คือฝีมือของธรรมชาติ

10.ถ้ำน้ำแข็งไอส์รีเซนเวลต์ 1

+++

10.ถ้ำน้ำแข็งไอส์รีเซนเวลต์ 2

+++

10.ถ้ำน้ำแข็งไอส์รีเซนเวลต์3

 

#11 ถ้ำคริสตัล (Crystal Cave) ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

ถ้ำคริสตัล เป็น 1 ใน 240 ถ้ำ (ที่ถูกค้นพบ) ภายในอุทยานแห่งชาติ Sequoia ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ถ้ำดังกล่าวเป็นถ้ำ “หินอ่อน” ธรรมชาติ ที่ภายในมีอุณหภูมิคงที่ประมาณ 9 องศาเซลเซียส ซึ่งการจะเข้าไปชมภายในถ้ำต้องอาศัยไกด์ทัวร์เป็นผู้นำทางเท่านั้น

11.ถ้ำคริสตัล

+++

11.ถ้ำคริสตัล 1

 

#12 ทุ่งหินรูปรังผึ้ง Bungle Bungles ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย

ทุ่งหินทรายที่มีรูปทรงคล้ายรังผึ้ง หรือ Bungle Bungles นี้ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Purnululu ที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1987 กลุ่มหินดังกล่าวประกอบด้วยหินทรายและหินกรวดมน

12. ทุ่งหินรูปรังผึ้ง

+++

12. ทุ่งหินรูปรังผึ้ง 1

+++

12. ทุ่งหินรูปรังผึ้ง 2

 

#13 ดินแดนโบราณ คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ประเทศตุรกี

คัปปาโดเกีย ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1985 (พ.ศ. 2528) ดินแดนดังกล่าวมีภูมิประเทศที่แปลกตาซึ่งเกิดจากจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่

13. ดินแดนโบราณ คัปปาโดเกีย

 

เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม บางส่วนมีประชาชนอาศัยอยู่ภายใน

13. ดินแดนโบราณ คัปปาโดเกีย 1

+++

13. ดินแดนโบราณ คัปปาโดเกีย 2

 

#14 ทะเล (สาป) เดือด Boiling Lake ประเทศโดมินิกา (Commonwealth of Dominica)

Boiling Lake เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลสาป Frying Pan Lake ของประเทศนิวซีแลนด์) มีความกว้างราว 60 เมตร ลึก 59 เมตร อุณหภูมิริมทะเลสาปอยู่ที่ประมาณ 82 – 91.5 องศาเซลเซียส ระดับน้ำภายในทะเลสาปแห่งนี้มีลักษณะขึ้น-ลงตลอดเวลา

14. ทะเล (สาป) เดือด

+++

14. ทะเล (สาป) เดือด1

 

#15 แม่น้ำสีแดง (Rio Tinto) ที่ประเทศสเปน

บริเวณพื้นที่ตามแนวชายฝั่งแม่น้ำ Rio Tinto มีการทำเหมืองทองแดง เงิน ทอง และแร่ธาตุอื่นๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ (ราว 5 พันปีก่อน) ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำดังกล่าวมีค่าความเป็นกรดสูงมาก

15. แม่น้ำสีแดง 1

 

ส่วนสาเหตุที่น้ำมีสีแดงก็เนื่องมาจากก้อนหินที่อยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ประกอบด้วยธาตุเหล็กในปริมาณเข้มข้นนั่นเอง เเม่น้ำเเห่งนี้ได้รับความสนใจต่อนักวิทยาศาสตร์มาก เนื่องจากเเบคทีเรีย ในน้ำมีกรดสูงซึ่ง นาซ่าได้เปรียบเทียบสภาพเเม่น้ำนี้ว่าเหมือน ดาวพฤหัส เเละ ดวงจันทร์ยูโทปา

15. แม่น้ำสีแดง 2

+++

15. แม่น้ำสีแดง 3

 

#16 หุบเขาโลกพระจันทร์ (Vale de Lua) ที่ประเทศบราซิล

หุบเขาโลกพระจันทร์ หรือ the valley of the moon เป็นที่ราบสูงโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1.8 พันล้านปี โดยพื้นที่ว่างระหว่างก้อนหินจะมีน้ำจากแม่น้ำ San Miguel แทรกอยู่ภายในดินแดนประหลาดแถบนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Chapada dos Veadeiros ซึ่งองค์การยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 2001

16. หุบเขาโลกพระจันทร์

+++

16. หุบเขาโลกพระจันทร์ 2

 

#17 ริแชท แห่งมอริเตเนีย The Richat Structure (มอริเตเนีย)

ริแชท แห่งมอริเตเนีย เป็นภูมิประเทศประหลาดในทะเลทรายซาทาร่า ได้รับความสนใจจากทั่วโลกเนื่องจากมีลักษณะดินที่แปลกตางดงามที่เรียกโครง สร้างนี้ว่า “Richat Structure” เป็นวงกลมขนาดใหญ่รัศมีของมันกว้างถึง 50 กิโลเมตร สามารถมองเห็นทั้งหมดได้จากทางอวกาศ (รวมไปถึงภาพถ่ายดาวเทียม) ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดโครงสร้างแบบนี้ยังคงลึกลับ บ้างก็ว่าเกิดจากผลกระทบของอุกาบาตพุ่งชนจนเกิดเป็นคลื่นที่มีรัศมีกว้าง หรืออาจเกิดจากการยกตัวและการกัดกร่อนของหิน

17. ริแชท แห่งมอริเตเนีย

+++

17. ริแชท แห่งมอริเตเนีย1

+++

17. ริแชท แห่งมอริเตเนีย2

+++

17. ริแชท แห่งมอริเตเนีย3

 

#18 ถ้ำผลึกยักษ์ (Crystal Cave of Giants) ในประเทศเม็กซิโก

ถ้ำหินปูนและคริสทัลที่ทอประกายระยิบระยับแห่งนี้ถูกค้นพบเมื่อปี 2000 โดยพี่น้องคู่หนึ่งที่ขุดเจาะลึกลงไปใต้ดินเกือบ 300 เมตรในเหมืองไนย์กา ในประเทศเม็กซิโก ผลึกแร่ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่นี้มีความยาวผลึกมากถึง 11 เมตร ประกอบไปด้วยเซเลไนต์ (selenite) ซึ่งเป็นรูปผลึกหนึ่งของแร่ยิปซัม (gypsum) ที่มีลักษณะโปร่งใส

18. ถ้ำผลึกยักษ์

+++

18. ถ้ำผลึกยักษ์1

+++

18. ถ้ำผลึกยักษ์2

+++

18. ถ้ำผลึกยักษ์3

+++

18. ถ้ำผลึกยักษ์4

 

เครดิต ilovetogo.com

แบ่งปัน