7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ที่สวยงามน่าพิศวงจนไม่น่าเชื่อว่าสร้างด้วยมือมนุษย์

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก คือ สิ่งก่อสร้างที่มีความยิ่งใหญ่และโดดเด่น ทั้งหมด 7 แห่งด้วยกัน ที่เรานำให้ชมวันนี้คือ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ (อายุตั้งแต่ 5,000 ปี ก่อนคริสต์กาล – ค.ศ. 500 ) เป็นผลงานของมนุษย์ทางด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรมและศิลปะชวนพิศวง จากยุคสมัยแรกเริ่มอารยธรรมของโลกในแถบลุ่มแม่น้ำไนล์ ในอียิปต์ ถึงยุคความรุ่งเรืองของอารยธรรมกรีกโบราณและยุคสมัยอาณาจักรโรมันเรืองอำนาจ

 

#1 พีระมิดอียิปต์ (The Pyramids of Egypt)

พีระมิดอียิปต์เป็นสิ่งมหัสจรรย์ยุคโบราณเพียงสิ่งเดียวที่ยังคงสภาพเกือบสมบูรณ์เหมือนในอดีต ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ณ เมืองกีเซ (Giza) ตอนเหนือของกรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ ประกอบไปด้วยพีระมิดใหญ่ 3 องค์ สร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 3500 ปีก่อนคริสต์ศักราช

1.พีระมิดอียิปต์

 

เดิมสูงถึง 481 ฟุต แต่ปัจจุบันลดลงเหลือ 450 ฟุต สร้างขึ้นโดยการใช้หินทรายตัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยม แต่ละก้อนหนัก 2.5 ตันขึ้นไป โดยใช้หินทั้งหมดกว่า 2.3 ล้านก้อน ใช้แรงงานทาสและกรรมกรในการก่อสร้างประมาณ 100,000 คน ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 20 ปี

1.พีระมิดอียิปต์1

+++

1.พีระมิดอียิปต์3

+++

1.พีระมิดอียิปต์4

+++

1.พีระมิดอียิปต์5

 

#2 ประภาคารฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย (The Pharos (Lighthouse) of Alexandria)

ประภาคารฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย ตั้งอยู่บนเกาะฟาโรสริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ณเมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ สร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 270 ปีก่อนคริสต์ศักราช ในสมัยของพระเจ้าปโตเลมีที่ 2 โดยสถาปนิกชาวกรีก

2.ประภาคารฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย

 

ตัวประภาคารสูงประมาณ 200 – 600 ฟุต สร้างด้วยหินอ่อนสลักลวดลายวิจิตรบรรจงมาก มีบันไดวนเป็นทางขึ้นไปสู่ยอดประภาคาร ซึ่งมีตะเกียงขนาดใหญ่ส่องแสงสว่างเห็นได้ชัดในยามค่ำคืน ทำให้อเล็กซานเดรียเป็นเมืองท่าที่งดงามยิ่งนัก แต่ในศตวรรษที่ 13 ประภาคารฟาโรสได้พังทลายลงเนื่องจากเกิดแผ่นดินไหว

2.ประภาคารฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย1

 

#3 สวนลอยแห่งบาบิโลน (The Hanging Garden of Babylon)

สวนลอยแห่งบาบิโลนตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำยูเฟรติส บนผืนแผ่นดินของประเทศอิรักในปัจจุบัน เป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ที่ 2 แห่งกรุงบาบิโลเนียให้สร้างขึ้น เพื่อพระมเหสีของพระองค์ เมื่อประมาณ 600 ปีก่อนคริสต์ศักราช

3.สวนลอยแห่งบาบิโลน

 

สวนลอยที่สร้างบนพื้นดินกึ่งทะเลทรายนี้มีลักษณะเป็นชั้นลดหลั่นกันขึ้นไปสูงประมาณ 75 ฟุต บนพื้นที่ 400 ตารางฟุต ระเบียงของแต่ละชั้นได้รับการตกแต่งด้วยการปลูกไม้ดอกต่างๆ โดยมีระบบชลประทานชักรอกน้ำจากแม่น้ำยูเฟรติสขึ้นไปสู่ชั้นบนสุด เพื่อปล่อยให้ไหลลงมายังชั้นต่างๆ สร้างความชุ่มชื้นให้แก่ต้นไม้ตลอดทั้งปี

3.สวนลอยแห่งบาบิโลน1

 

ปัจจุบันสวนลอยบาบิโลนได้พังทลายสูญหายไปหมดแล้ว

3.สวนลอยแห่งบาบิโลน2

 

#4 สุสานมุสโซเลียมแห่งฮาลิคานาสซัส (The Mausoleum at Halicarnassus)

สุสานมุสโซเลียม สร้างขึ้นโดยพระนางอาเตมีเชีย พระมเหสีของกษัตริย์มุสโซลุสแห่งคาเรีย เพื่อเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์มุสโซลุสหลังจากที่พระองค์สวรรคตเมื่อประมาณ 353 ปีก่อนคริสต์ศักราช ตั้งอยู่ที่เมืองฮาลิคานาสซัสหรือเมืองซาเรีย ในประเทศอิหร่าน

4 .สุสานมุสโซเลียมแห่งฮาลิคานาสซัส

 

ปัจจุบันตัวสุสานสูงประมาณ 135 ฟุต ความยาวฐานโดยรอบ 460 ฟุต สร้างด้วยหินอ่อนล้วน หลังคาชั้นบนสุดเป็นฐานสี่เหลี่ยมมีรูปแกะสลักของพระเจ้ามุสโซลุสประทับราชรถเทียมม้าอย่างสง่างาม แต่ต่อมาราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 – 13 ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นทำให้สุสานพังทลายลงมา ปัจจุบันจึงคงเหลือแต่ซากปรักหักพัง

4.สุสานมุสโซเลียมแห่งฮาลิคานาสซัส1

+++

4.สุสานมุสโซเลียมแห่งฮาลิคานาสซัส2

 

#5 อนุสาวรีย์โคโลสซูสแห่งเกาะโรดส์ (The Colossus of Rhodes)

อนุสาวรีย์โคโลสซูสหรือเทพเจ้าอพอลโล เป็นเทวรูปที่หล่อขึ้นด้วยทองคำสำริดในท่ายืน ตั้งอยู่ที่เมืองโรดส์ ประเทศกรีซ สูงประมาณ 120 ฟุต สร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช

4550289647_46c24fcbe2_z

 

โดยกษัตริย์ชาเรสแห่งลินดุส แต่พังทลายลงหลังจากก่อสร้างได้ประมาณ 60 ปี เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 224 ปีก่อนคริสต์ศักราช และไม่ได้รัการบูรณะซ่อมแซมเป็นเวลาประมาณ 900 ปี

5.อนุสาวรีย์โคโลสซูสแห่งเกาะโรดส์

 

จนกระทั่งในราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 ชาวเมืองซาราเซนส์ได้ทำการซื้อเศษทองสำริดของอนุสาวรีย์ เพื่อนำไปหล่อทำอาวุธสงครามจนหมดสิ้น เทวรูปขนาดใหญ่ยืนคร่อมปากอ่าวให้เรือลอดผ่านไปมาแห่งนี้ จึงไม่เหลือแม้แต่เศษชิ้นส่วนของความยิ่งใหญ่ไว้เลย

5.อนุสาวรีย์โคโลสซูสแห่งเกาะโรดส์ 1

 

#6 วิหารไดอานา (อาร์เทมิส) แห่งเมืองเอฟิซูส (The Temple of Diana (Artemis) at Epesus)

วิหารไดอานา ตั้งอยู่ที่เมืองเอฟิซูส ประเทศกรีซ สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนเมื่อประมาณ 550 ปีก่อนคริสต์ศักราช

6.วิหารไดอานา (อาร์เทมิส) แห่งเมืองเอฟิซูส

 

ตัววิหารกว้าง 160 ฟุต ยาว 342 ฟุต หลังคาทำด้วยไม้มุงกระเบื้องหินอ่อน เป็นวิหารที่สวยงามมาก เชื่อกันว่าสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพธิดาอาร์เทมิสผู้เสด็จลงมาจากสรวงสรรค์เพื่อช่วยชาวเมืองให้พ้นจากภัยพิบัติและความหายนะทั้งปวง

6.วิหารไดอานา (อาร์เทมิส) แห่งเมืองเอฟิซูส1

 

วิหารไดอานาได้รับการบูรณะซ่อมแซมเมื่อปี ค.ศ. 186 เนื่องจากถูกไฟไหม้ แต่ปัจจุบันเหลือแต่ซากโครงร่างที่ยังคงงดงามให้ได้ศึกษากันต่อไป

 

6.วิหารไดอานา (อาร์เทมิส) แห่งเมืองเอฟิซูส2

+++

6.วิหารไดอานา (อาร์เทมิส) แห่งเมืองเอฟิซูส3

 

#7 อนุสาวรีย์เทพเจ้าซีอุส (จูปีเตอร์) แห่งโอลิมเปีย (The Statue of Zeus (Jupeter) at Olympia)

อนุสาวรีย์เทพเจ้าซีอุสหรือจูปีเตอร์แห่งเมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ สร้างขึ้นโดยปฎิมากรนามว่า ฟีดีอัส ในช่วงเวลาระหว่าง ค.ศ. 53-111

7.อนุสาวรีย์เทพเจ้าซีอุส (จูปีเตอร์)แห่งโอลิมเปีย

 

ถือเป็นอนุสาวรีย์สลักด้วยงาช้างรูปเทพเจ้าซีอุสประทับนั่งบัลลังก์ สูงประมาณ 40 ฟุต พระหัสถ์ขวาถือรูปจำลองเทพแห่งชัยชนะ พระหัสถ์ซ้ายถือคธา ฉลองพระองค์และเครื่องประดับทำด้วยทองคำล้วน

7.อนุสาวรีย์เทพเจ้าซีอุส (จูปีเตอร์)แห่งโอลิมเปีย1

 

ชาวกรีกโบราณให้ความเคารพนับถือว่าเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง แต่ปัจจุบันได้พังทลายสูญหายไปหมดเนื่องจากแผ่นดินไหว แต่ยังคงมีหลักฐานเหลือไว้เพียงในภาพวาดและในเหรียญโบราณเท่านั้น

7.อนุสาวรีย์เทพเจ้าซีอุส (จูปีเตอร์)แห่งโอลิมเปีย2

 

เครดิต kwanlikehistory.blogspot.com

คิดเห็นอย่างไรล่ะ?

แบ่งปัน