12 ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่เราเข้าใจผิดมาตลอดชีวิต

จอห์น ลอยด์ และ จอห์น มิทชินสัน ได้รวบรวมข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การค้นพบในอดีตที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งเป็นข้อมูลที่คนส่วนใหญ่อาจจะเข้าใจผิดมาโดยตลอด โดยรวบรวมไว้ในหนังสือ “ลบเหลี่ยมไอน์สไตน์” และนี่คือข้อเท็จจริงที่น่าสนใจทั้งหมด 12 ข้อ ซึ่งเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่่านั้นใครสนใจก็สามารถหาซื้อหนังสืออ่านเพิ่มเติมได้เลย

 

#1 ภูเขาที่มีความสูงมากที่สุดในโลกมีชื่อว่าอะไร

คำตอบที่ผิดคือเอเวอร์เรสต์ ที่ถูกต้องคือ ภูเขาไฟเมานาเคอา (Mauna Kea) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดบนเกาะฮาวาย แม้ยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทลูกนี้สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเอเวอร์เรสต์ นั่นคือเพียง 4,206 เมตร

ภูเขาเอเวอร์เรสต์เป็นผู้เขาที่สูงที่สุดเมื่อวัดจากระดับน้ำทะเล

everest_004

 

แต่เมื่อวัดความสูงจากตีนเขาที่อยู่ที่ระดับพื้นดินใต้ทะเลจะสูงถึง 10,000 เมตร ซึ่งจะสูงกว่าเอเวอร์เรสประมาณ 1,200 เมตร ถ้าว่ากันด้วยเรื่องของภูเขาแล้ว ข้อตกลงที่ยอมรับกันในปัจจุบันคือคำว่า “สูงสุด” (highest) จะหมายถึงการวัดจากระดับน้ำทะเลไปถึงยอดเขา ส่วนคำว่า “มีความสูงที่สุด” (tallest) จะหมายถึงการวัดการตีนเขาถึงยอดเขา

ภูเขาไฟเมานาเคอา (Mauna Kea) ภูเขาลูกนี้สูงที่สุดในโลก

1

 

ดังนั้น ในขณะที่เอเวอร์เรสต์เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลกที่ระดับ 8,848 เมตร มันกลับไม่ใช่ภูเขาที่มีความสูงที่สุดแต่อย่างใด การวัดความสูงของภูเขานั้นซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น เพราะการมองหายอดเขาเป็นเรื่องง่าย แต่ที่ยากคือการมองหาตีนเขา

ถ้าวัดกันที่ความสูงของตัวภูเขา Everest จะเตี้ยกว่าเยอะ

X9557626-154

 

ภาพเปรียบเทียบชัดๆ ว่าภูเขาลูกไหนกันที่สูงที่สุดในโลก จากภาพจะเห็นได้ว่าหากวัดที่ระดับตีนเขาไม่มีภูเขาลูกไหนบนโลกที่จะสูงไปกว่า “ภูเขาไฟเมานาเคอา”

7summits_v2-1

 

#2 สถานที่ใดแห้งแล้งที่สุดในโลก

ทวีปแอนตาร์กติก้าที่ขั้วโลกใต้ พื้นที่บางส่วนของทวีปแห่งนี้ไม่มีฝนตกมาเป็นเวลา 2 ล้านปีแล้ว ในทางเทคนิคแล้ว คำจำกัดความของคำว่าทะเลทรายคือ สถานที่ๆ ได้รับน้ำฝนไม่ถึง 10 นิ้วต่อปีทะเลทรายซาฮาร่าได้รับน้ำฝนไม่ถึง 1 นิ้วในแต่ละปี

แอนตาร์กติกา1_resize

 

ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยของแอนตาร์กติก้าก็ไม่ต่างออกไปสักเท่าไหร่ แต่ก็มีพื้นที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของทวีปนี้ที่ปราศจากน้ำแข็งและหิมะ รวมทั้งไม่มีฝนตกลงมาเลย พื้นที่บริเวณนี้เรียกว่าหุบเขาแห้ง (Dry Valley) แม้ว่าแอนตาร์กติก้าจะเป็นทะเลทราย แต่เรื่องน่าขันคือ พื้นที่ตรงส่วนที่แห้งที่สุดของทวีปกลับถูกเรียกว่า โอเอซิส มันมีสภาพคล้ายกับดาวอังคารมากจนนาซ่าใช้เป็นสถานที่ทดสอบภารกิจของยานไวกิ้ง

แอนตาร์กติกา2jpg

 

#3 ใครเป็นผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์

ไม่ใช่อเล็กซานเดอร์ “เกรแฮม เบลล์” อย่างที่เราร่ำเรียนกันมาในตำรา แต่เป็น “แอนโตนิโอ เมอุคชี่” นักประดิษฐ์ชาวฟลอเรนซ์ต่างหาก เมอุคชี่เป็นคนปราดเปรื่องแต่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เขามาถึงอเมริกาเมื่อปี 1850 และในปี 1860 เขาก็ได้นำเครื่องต้นแบบของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เรียกว่า เทเลโทรโฟโน (teletrofono) ออกมาแสดงเป็นครั้งแรก

ภาพแอนโตนิโอ เมอุคชี่

3

 

หลังจากนั้นก็ได้ยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรชั่วคราวในปี 1871 ก่อนหน้าสิทธิบัตรโทรศัพท์ของอเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ นานถึง 5 ปี ในปีเดียวกันนั้น เมอุคชี่ล้มป่วยลงหลังจากได้รับอุบัติเหตุจากการระเบิดของหม้อต้มไอน้ำของเรือข้ามเกาะสเตเทน และเนื่องจากพูดภาษาอังกฤษไม่ได้มากนักและประทังชีพอยู่ได้ด้วยเงินบริจาค เขาจึงมีเงินไม่ถึง 10 ดอลล่าร์สำหรับยื่นต่อสิทธิบัตรชั่วคราว

Meucci

 

ในปี 1874 เมื่อเบลล์จดสิทธิบัตรโทรศัพท์ของตนในปี 1876 เมอุคชี่จึงยื่นเรื่องฟ้องร้อง เขาได้ส่งภาพร่างและเครื่องต้นแบบไปยังห้องทดลองที่เวสเทิร์น ยูเนี่ยน แต่บังเอิญเหลือเกินที่เบลล์ทำงานที่ห้องทดลองนั้นพอดิบพอดี เอกสารและเครื่องต้นแบบของเมอุคชี่จึงอันตรธานหายไปอย่างเป็นปริศนา

SF Antonio Meucci

 

ขณะที่ข้อพิพาทยังคงค้างคาอยู่ เมอุคชี่ก็เสียชวิตในปี 1889 ส่งผลให้เบลล์เป็นผู้ได้รับการยกย่องในงานประดิษฐ์ชิ้นดังกล่าวไปเสียทั้งหมด แต่ในปี 2004 สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกานำความยุติธรรมกลับคืนมาบางส่วน

โดยได้ร่วมกันผ่านมติว่า “ชีวิตและความสำเร็จของเมอุคชี่ควรได้รับการยกย่อง และผลงานการประดิษฐ์ของเขาก็สมควรได้รับการยอมรับเช่นกัน” สรุปก็คืองานนี้ เมอุคชี่ถูกเบลล์ขโมยผลงานไปนั่นเอง

 

#4 สัตว์ชนิดใดถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเป็นตัวแรกจากโลก

คำตอบคือ “แมลงวันผลไม้” นักบินอวกาศจิ๋วตัวนี้ถูกส่งขึ้นจรวด วี 2 ของสหรัฐอเมริกาพร้อมกับเมล็ดข้าวโพด และทะยานขึ้นสู่อวกาศในเดือนกรกฎาคม ปี 1946 แมลงวันผลไม้เป็นสัตว์ตัวโปรดของห้องทดลอง 3 ใน 4 ของพันธุกรรมของเชื้อโรคที่พบในมนุษย์นั้นเข้ากับกับรหัสทางพันธุกรรมของแมลงวันผลไม้

แมลงวันผลไม้1

 

พวกมันนอนหลับทุกๆ คืนเช่นเดียวกับมนุษย์ และตอบสนองต่อยาสลบในทางที่คล้ายคลึงกัน และที่เจ๋งที่สุดคือการที่พวกมันสามารถออกลูกออกหลานได้อย่างรวดเร็ว เราสามารถเห็นแมลงวันผลไม้พวกนี้ผลัดเปลี่ยนเจเนเรชั่นใหม่ทั้งรุ่นได้ในระยะเวลาแค่ 2 สัปดาห์

แมลงวันผลไม้3

 

สัตว์ชนิดอื่นๆ ที่เดินทางสู่อวกาศนั้นประกอบด้วย ลิงชิมแปนซี หนูตะเภา กบ หนู แมว ตัวต่อ เต่าทอง แมงมุม รวมถึงสัตว์พันธุ์อึดที่มีชื่อว่า ปลามัมมิช็อก (mummichog) (ซึ่งรอดกลับมาได้ทั้งหมด) และในปี 1985 สัตว์จากญี่ปุ่นชนิดแรกที่มีโอกาสได้เดินทางไปยังอวกาศคือ จิ้งจก 10 ตัว

 

#5 สัตว์ชนิดใดมีความยาวมากที่สุดในโลก

เสียใจด้วย ไม่ใช่ปลาวาฬสีน้ำเงิน แล้วก็ไม่ใช่เจ้าแมงกะพรุนแผงคอสิงโต (lion’s mane jellyfish) อีกด้วย แต่มันคือ หนอนริบบิ้น (หรือหนอนเชือกผูกรองเท้า) ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lineus longissimus

2169551899_0667313f6c_b

 

มันมีความยาวได้เกือบ 60 เมตร เรียกได้ว่ายาวกว่าปลาวาฬสีน้ำเงินเกือบ 2 เท่า และยาวกว่าเจ้าของสถิติรายก่อนอย่างเจ้าแมงกะพรุนแผงคอสิงโตถึง 1 ใน 3 ส่วน คือเจ้าหนอนริบบิ้นนี้มีขนาดลำตัวยาวกว่าสระว่ายน้ำสำหรับแข่งโอลิมปิกเสียอีก

5

 

เจ้าหนอนริบบิ้นนี้ อยู่ในหนอนตระกูลนีเมอร์เทีย (Nemertea) ซึ่งมีมากกว่า 1,000 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์น้ำ พวกมันมีรูปร่างยาวและบาง แม้กระทั่งตัวที่ยาวที่สุดก็อาจจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางแค่ไม่กี่มิลลิเมตร

ribbon_worm_lineus_longissimus_bootlace_02-03-10

 

หลักฐานฟอสซิลชี้ให้เห็นว่า พวกมันมีชีวิตอยู่มาอย่างน้อย 500 ล้านปีแล้ว หนอนริบบิ้นไม่มีหัวใจ เลือดของพวกมันสูบฉีดโดยกล้ามเนื้อ และพวกมันก็เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำสุดที่มีปากแยกออกจากทวาร

ribbon_worm_lineus_longissimus_bootlace_19-03-11_3

 

พวกมันเป็นสัตว์กินเนื้อที่ตะกละตะกลาม โดยจะทิ่มท่อเล็กๆ ที่เหนียวเหนอะและติดตะขออาบยาพิษเข้าใส่สัตว์จำพวกกุ้งขนาดเล็กจนสลบ หนอนริบบิ้นส่วนใหญ่ซุ่มซ่อนในความมืดใต้ท้องทะเล และบางตัวก็มีสีสันสดใสอย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว

หนอนริบบิ้น3_resize

 

#6 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใดในแอฟริกาที่ฆ่าคนมากที่สุด

คำตอบคือ “ฮิปโปโปเตมัส” มีสัตว์จำนวนน้อยมากที่โง่พอจะจู่โจมฮิปโป ฮิปโปเป็นสัตว์ขี้หงุดหงิด โดยเฉพาะตอนมีลูก มันสามารถจัดการสิงโตด้วยการงับเพียงครั้งเดียวหรือไม่ก็จับกดลงน้ำลึกจนจมน้ำตาย จัดการกับจระเข้ด้วยการงับจนขาดครึ่ง

6. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใดในแอฟริกาที่ฆ่าคนมากที่สุด1

 

อย่างไรก็ตามมันกินมังสวิรัติอย่างเคร่งครัด ดังนั้นการโจมตีส่วนใหญ่ส่วนใหญ่จึงเกิดขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองหรือเกิดจากความหงุดหงิดของมันเท่านั้น

wild-elephants-10

 

มันหนักได้มากถึง 1 ตัน ผิวหนังของฮิปโปหนาราว 3.8 เซนติเมตร และมันจะหลั่งน้ำมันเหลวสีแดงออกมาเพื่อป้องกันผิวหนังแห้ง ทำให้คนมากมายคิดว่าเหงื่อของฮิปโปเป็นเลือด และอย่าดูถูกขนาดเทอะทะของมัน เพราะฮิปโปตัวเต็มวัยวิ่งเร็วกว่ามนุษย์เสียอีก

นี่คือภาพหัวกระโหลกของฮิปโป มันมีฟันและกรามที่ทรงพลังมาก

6.3

 

โชคร้ายที่พวกฮิปโปชอบอาศัยหากินอยู่ตามแหล่งน้ำจืดไหลเอื่อยที่มีหญ้าปกคลุมรอบๆ ซึ่งก็เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่มนุษย์โปรดปรานเช่นกัน

btxpdzaciaa5okx

 

อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อฮิปโปที่กำลังแช่น้ำอยู่และถูกไม้พายเรือหวดโดยไม่ตั้งใจ มันจึงคว่ำเรือ หรือเกิดจากการที่คนออกมาเดินยามค่ำคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ฮิปโปขึ้นจากน้ำเพื่อมาหาหญ้ากิน จึงถูกฮิปโปที่ตกใจกระทืบจนเสียชีวิตนั่นเอง

ภาพวินาทีแห่งความเป็นความตาย

6. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใดในแอฟริกาที่ฆ่าคนมากที่สุด

 

#7 สิ่งมีชีวิตใดมีแนวโน้มที่จะรอดชีวิตจากสงครามนิวเคลียร์มากที่สุด

หลายคนคงมีคำตอบในใจว่า แมลงสาบ นั่นเป็นคำตอบที่ผิด ที่ถูกต้องคือ แบคทีเรียที่ชื่อ “ไดโนคอคคัส เรดิโอดูรันส์” นักวิทยาศาสตร์ 2 คนนำแมลงหลากหลายชนิดไปทดสอบกับปริมาณรังสีที่ระดับต่างๆ ในหน่วย แรด (rad)

7. สิ่งมีชีวิตใดมีแนวโน้มที่จะรอดชีวิตจากสงครามนิวเคลียร์มากที่สุด

 

ขณะที่มนุษย์จะตายเมื่อเผชิญกับรังสีระดับ 1,000 แรด แมลงสาบจะตายเมื่อได้รับรังสีในปริมาณ 20,000 แรด แมลงวันผลไม้จะตายที่ระดับ 64,000 แรด ขณะที่ตัวต่อจะตายที่ระดับ 180,000 แรด

bac1

 

ส่วนผู้ครองอันดับหนึ่งในการต้านทานรังสีนิวเคลียร์ คือแบคทีเรียที่ชื่อ “ไดโนคอคคัส เรดิโอดูรันส์” จะทนรังสีได้ถึง 1.5 ล้านแรดเลยทีเดียว และในกรณีที่ถูกแช่แข็ง มันจะทนรังสีได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

34

 

นักวิจัยที่ศึกษาแบคทีเรียชนิดนี้ได้ตั้งฉายาให้มันว่า “แบคทีเรียยอดอึด” มันมีสีชมพูและมีกลิ่นเหมือนกะหล่ำปลีเน่า มันถูกค้นพบในขณะที่กำลังเจริญเติบโตอย่างเริงร่าในเนื้อกระป๋องที่ผ่านการฉายรังสีถนอมอาหารแล้ว

 

#8 ส่วนใดของพริกที่เผ็ดที่สุด

เชื่อกันว่า ส่วนที่เผ็ดที่สุดของพริกอยู่ที่เมล็ดของมัน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เช่นนั้นเลย ส่วนที่เผ็ดที่สุดอยู่ที่บริเวณเยื่อแกนกลางซึ่งมีเมล็ดติดอยู่ เยื่อดังกล่าวมีสารไร้สีและกลิ่นที่ชื่อแคปไซซินในปริมาณมาก และก็เป็นสารตัวนี้นี่เองที่ทำให้พริกมีรสชาติที่แสนเผ็ดร้อน

8. ส่วนใดของพริกที่เผ็ดที่สุด

 

ความเผ็ดร้อนของพริกจะตัดสินกันด้วยมาตรวัดสกอวิลล์ ซึ่งคิดขึ้นในปี 1912 โดย วิลเบอร์ แอล. สโควิลล์ เภสัชกรชาวอเมริกัน ในช่วงแรกๆ ของการทดสอบ สกอวิลล์นำสารสกัดจากพริกมาละลายในแอลกอฮอล์และเจือจางในน้ำเชื่อม จากนั้นจึงขอให้คณะผู้ทดสอบค่อยๆ ชิมสารละลายพริกที่เจือจางในน้ำเชื่อมระดับต่างๆ จนกว่าจะหายเผ็ดร้อน

1458793733-bhut-jolokia-pepper

 

ซึ่งก็จะได้เป็นระดับความเผ็ดร้อนของพริกชนิดนั้นๆ ออกมา ส่วนพริกเผ็ดที่สุดในโลกคือ บุตโจโลเกีย (bhut jolokia) พบมากในดินแดนห่างไกลทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย

8. ส่วนใดของพริกที่เผ็ดที่สุด1

 

#9 โลหะชนิดใดเป็นตัวนำที่ดีที่สุด

คำตอบคือ “เงิน” เงินเป็นตัวนำความร้อนและไฟฟ้าได้ดีที่สุด และยังสะท้อนแสงได้ดีที่สุดในบรรดาธาตุทั้งหมดอีกด้วย แต่ข้อเสียของมันคือราคาแพง เหตุผลที่เราใช้ลวดทองแดงในอุปกรณ์ไฟฟ้าก็เพราะมันเป็นตัวนำที่ดีเป็นอันดับ 2 และมีราคาถูกกว่ามาก

e0b981e0b8a3e0b988e0b980e0b887e0b8b4e0b899

 

#10 เพชรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เป็นที่รู้จักกันมีขนาดเท่าไหร่

มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4,000 กิโลเมตร และวัดได้ 1 หมื่นล้านล้านล้านล้านกะรัต มันถูกพบในดาวที่ห่างออกไป 8 ปีแสง มันฝังอยู่ข้างในดาวลูซี่ในกลุ่มดาวคนครึ่งม้า (the constellation Centaurus)

483209a8bfc68abbc910aa18c92570f5

 

#11 แสงเดินทางด้วยความเร็วเท่าไหร่

คำตอบคือ “ไม่แน่นอน” มักมีคนพูดกันว่าความเร็วแสงนั้นคงที่ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เช่นนั้น มีเพียงในภาวะสุญญากาศเท่านั้นที่ที่ทำให้แสงเดินทางด้วยความเร็วสูงสุดที่เกือบ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที

1442985074-01hyperspa-o

 

ในตัวกลางอื่นๆ ความเร็วแสงจะผันแปรไปอย่างมาก และมักจะมีความเร็วต่ำกว่าตัวเลขที่อยู่ในใจของทุกคนเป็นอย่างมาก

ocean

 

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อแสงเดินทางผ่านเพชร ความเร็วจะลดไปครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงประมาณ 128,000 กิโลเมตรต่อวินาที

ouU6CAs

 

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการบันทึกความเร็วแสงที่ช้าที่สุด โดยผ่านโซเดียมที่อุณหภูมิ -272 องศาเซลเซียส วัดได้ 61 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น! (ย้ำว่าต่อชั่วโมง ไม่ใช่ต่อวินาที) ช้ากว่าการปั่นจักรยานเสียอีก

 

#12 ภูเขาสูงที่สุดอยู่ที่ไหน

คำตอบคือ “อยู่บนดาวอังคาร” ภูเขาไฟยักษ์ที่มีชื่อว่า โอลิมปัส (Olympus) ลูกนี้เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในระบบสุริยะ และสูงที่สุดในจักรวาลเท่าที่มีข้อมูลอยู่ในปัจจุบัน

Image

 

ด้วยความสูง 22.5 กิโลเมตรและกว้าง 624 กิโลเมตร มันจึงมีความสูงเกือบ 3 เท่าของภูเขาเอเวอร์เรส และมีฐานขนาดมหึมาที่สามารถครอบรัฐอริโซน่าหรือหมู่เกาะอังกฤษได้มิดเลยทีเดียว ส่วนปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทมีความกว้างประมาณ 72 กิโลเมตรนั้น และลึกเกือบ 3.2 กิโลเมตรนั้น

ภูเขาไฟยักษ์ที่มีชื่อว่า โอลิมปัส (Olympus)

12

 

เครดิต pantip.com

คิดเห็นอย่างไรล่ะ?

แบ่งปัน