5 ภัยพิบัติสุดพิสดารจากน้ำมือมนุษย์ ที่ไม่อยากเชื่อว่ามันเคยเกิดขึ้นจริง

ภัยพิบัติ คือ ภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สิน โดยส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ภัยพิบัติแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และภัยพิบัติที่มนุษย์สร้างขึ้น สำหรับบทความนี้เราจะพาไปดู 5 ภัยพิบัติสุดพิสดารจากน้ำมือมนุษย์ ที่ไม่อยากเชื่อว่ามันเคยเกิดขึ้นจริง

 

1. London Beer Flood
London ในปี 1814 เกิดเหตุการณ์เบียร์ในโรงกลั่นของ Meux & Company Brewery จำนวน 160,000 แกลลอน (ราว 610,000 ลิตร) รั่วไหลและแตกทะลัก จากนั้นถังบรรจุเบียร์อื่นๆ ก็แตก ไล่เลี่ยกันจนเป็นโดมิโน ท้ายที่สุดเลยเกิดคลื่นเบียร์ขนาดยักษ์สูงราว 5 เมตร กล่าวกันว่าจำนวนเบียร์ที่ทะลักออกมาท่วมบ้านเรือนมีปริมาณเบียร์สูงถึง 1.47 ล้านลิตร คลื่นเบียร์ได้ท่วมบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียง มีรายงานพบผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 8 คน

London-Beer-Flood

+++

1.2

+++

1.3

 

2. Great Molasses Flood
ในปี 1919 เกิดอุบัติเหตุถังบรรจุโมลาสหรือกากน้ำตาลที่บอสตันของ Purity Distilling Company เกิดรั่วไหลและทะลักออกมาท่วมบ้านเรือนผู้คน โดยกากน้ำตาลที่ทะลักออกมา ได้ก่อตัวเป็นคลื่นยักษ์สูงถึง 7.5 เมตร ด้วยปริมาณมหาศาลถึง 2.3 ล้านลิตร เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 56 กม./ชม. พัดพาร่างผู้โชคร้ายจมหายไปกับคลื่นใจกลางเมืองบอสตันที่เต็มไปด้วยของเหลว จากกากน้ำตาล มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถึง 21 คน ซ้ำร้ายมีรายงานว่าตำรวจไม่สามารถระบุตัวตนจากศพผู้เสียชีวิตได้เนื่องจาก ถูกฉาบด้วย เกล็ดน้ำตาลหนา

2.2

+++

2.1

 

3. Lake Peigneur
ในปี 1980 บริษัทขุดเจาะน้ำมัน Texaco Oil Rig ได้บังเอิญพลาดไปขุดเจาะเหมืองเกลือ ที่อยู่ใต้ดินลึกลงไปของทะเลสาบ Lake Peigneur จนทำให้เกิดรูที่กว้างเพียงไม่กี่นิ้ว แต่ก็มากพอที่จะทำให้น้ำจากทะเลสาบไหลทะลักเข้าไปท่วมในเหมืองดังกล่าวได้ และด้วยความที่รูนั้นเล็กมากเมื่อเทียบกับปริมาณมวลน้ำมหาศาลด้านบน จึงทำให้น้ำที่ไหลทะลักเข้าไปมีความแรงจนทำให้เกิดวังน้ำวนขนาดใหญ่และดูดกลืนพื้นดินและต้นไม้บริเวณนั้นลงไปด้วย

3.3

 

นอกจากนี้มันยังดูดเอาน้ำเค็มและเรือบรรทุก สินค้าจากทะเลเข้ามาจนกลายเป็นน้ำตกชั่วคราวที่สูงที่สุดในโลก 50 เมตร อันเกิดจากผลงานของมนุษย์ หลังจากเหตุการณ์สงบลง ทะเลสาบแห่งนี้เลยกลายเป็นทะเลสาบน้ำเค็ม บริษัทขุดเจาะน้ำมันต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับบริษัทเหมืองเกลือ แต่โชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่มีใครเสียชีวิต

3.1

+++

3.2

 

4. Sidoarjo Mud Volcano
ในปี 2006 เกิดเหตุการณ์ภูเขาไฟโคลนระเบิดขึ้นที่ Sidoarjo เนื่องจาก PT Lapindo Brantas ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของประเทศอินโดนีเซียได้ทำการขุดเจาะเพื่อสำรวจหาแหล่ง พลังงานธรรมชาติในบริเวณนั้น จนทำให้เกิดรูที่มีความลึกถึง 2,837 เมตร ทำให้โคลนไหลทะลักเข้าไปในรูดังกล่าว จนเกิดความดัน และทำให้น้ำใต้โคลนที่มีความร้อนสูงถึง 60 องศาเซลเซียสปะทุขึ้น ไหลเข้าท่วมทุ่งนาในบริเวณ ใกล้เคียง มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากโคลนถลมถึง 20 ราย ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้กลายเป็น ภูเขาไฟโคลนที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่พร้อมจะกลืนกินหมู่บ้านในละแวกนั้นให้จมลงไปใต้โคลนได้ทุกเมื่อ

4.1

+++

4.2

+++

4.3

 

5. Great London Death Fog
ในปี 1952 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกิดรวมตัวกับควันพิษจากการทำเหมืองหิน จึงทำให้เกิดเป็นหมอกพิษสีเหลืองอมดำเข้าปกคลุมเมือง ทำให้ผู้คนและสิ่งมีชีวิตในเมืองได้รับผลกระทบมากมายจากหมอกพิษ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์หมอกพิษครั้งนั้นถึง 4,000 คน ในช่วงวิกฤติเพียง 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 5 – 9 ธันวาคม 1952 จนในเวลาต่อมารัฐบาลอังกฤษได้เริ่มต้นร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขมลพิษทางอากาศขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ

5.2

+++

5.3

+++

5

 

เครดิตข้อมูล spokedark.tv

แบ่งปัน