5 ความงามที่ผิดธรรมชาติ ของชนเผ่าจากทั่วโลก

ในแต่ละเผ่าพันธุ์มีวัฒนธรรมและค่านิยมที่แตกต่างกันไป มุมมองเรื่องความสวยงามของผู้หญิงก็แตกต่างกัน ซึ่งในความสวยงามตามความเชื่อเหล่านั้นอาจต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน เช่นเดียวกับวัฒนธรรมของชนเผ่าเหล่านี้

1. การเจาะและขยายริมฝีปาก
พบได้ในบางพื้นที่ของประเทศในแถบแอฟริกา และ อเมริกาใต้ ความเชื่อนี้มีมาตั้งแต่ 8,700 ปีก่อนคริสตกาล และตอนนี้ก็ยังมีให้เห็นอยู่ในชนเผ่ามูร์ซี ในประเทศ เอธิโอเปีย ด้วยการเจาะริมฝีปากแล้วค่อยๆ ขยายด้วยการใส่จานดินแบนๆ เข้าไป ซึ่งก่อนหน้านั้นก็จะต้องถอนฟัน 2 ซี่หน้าออกไปด้วย แผ่นจานจะถูกเพิ่มขนาดให้ใหญ่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งปากฉีกไปถึงเหงือ โดยจานนี้จะบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมของบุคคลผู้นั้น

1. การเจาะและขยายริมฝีปาก

+++

1. การเจาะและขยายริมฝีปาก2

+++

1. การเจาะและขยายริมฝีปาก3

+++

1. การเจาะและขยายริมฝีปาก4

+++

1. การเจาะและขยายริมฝีปาก5

+++

1. การเจาะและขยายริมฝีปาก6

1. การเจาะและขยายริมฝีปาก7

 

2.การยัดเครื่องประดับในรูจมูก
ชนเผ่าอะปาตานี หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ตานี ในประเทศอินเดีย หญิงชาวเผ่าจะติดเครื่องประดับกลมๆ สีดำที่เรียกว่า Yaping Hurlo ไว้ที่ปีกจมูกทั้ง 2 ข้าง นอกจากนั้นยังมีการสักบนใบหน้าอีกด้วย โดยจะสักเป็นเส้นยาวตั้งแต่หน้าผากลงมาจรดปลายจมูก และที่คางอีก 5 เส้นด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนทำไปเพื่อลดความงามของผู้หญิงลง เป็นการลดความงามที่ฝืนธรรมชาติมากทีเดียว

2.การยัดเครื่องประดับในรูจมูก

+++

2.การยัดเครื่องประดับในรูจมูก1

+++

2.การยัดเครื่องประดับในรูจมูก2

+++

2.การยัดเครื่องประดับในรูจมูก3

+++

2.การยัดเครื่องประดับในรูจมูก4

+++

2.การยัดเครื่องประดับในรูจมูก5

+++

2.การยัดเครื่องประดับในรูจมูก56

 

3. การฝนฟันให้แหลมคม
ชนเผ่าเมนตาไว ที่อาศัยยู่บนเกาะ Mentawai ประเทศอินโดนีเซีย เป็นชนเผ่าเร่รอน ผู้คนเหล่านี้เหมือนอาศัยอยู่ในยุคโบราณ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเตอร์เน็ท อยู่กับธรรมชาติ ผู้หญิงในเผ่านี้เชื่อว่าฟันที่แหลมคมนั้นเป็น ต้นแบบของความงดงาม เป็นวัฒนธรรมโบราณที่ยังมีให้เห็นในปัจจุบัน

3. การฝนฟันให้แหลมคม

+++

3. การฝนฟันให้แหลมคม1

+++

3. การฝนฟันให้แหลมคม2

 

4. กรีดผิวหนังให้เป็นแผลเป็น
ชนเผ่าในแอฟริกา มีพิธีกรรมสุดแสนทรมานโดยการกรีด เฉือน ตามร่างกายเพื่อให้เกิดเป็นรอยแผลเป็น ลวดลายต่างๆ ตามร่างกาย วิธีการทำขึ้นอยู่แต่ละเผ่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะใช้มีด หรือหินคมกริบ เฉือนเนื้อในส่วนต่างๆ ก่อนจะสมานแผลด้วยผงถ่านเพื่อให้เป็นแผลเป็นนูนเด่นขึ้นมา แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ชนเผ่าเดียวที่ทำแบบนี้ มันคือสัญลักษณ์ ของ ความกล้าหาญ วัยเจริญพันธุ์ เวทมนต์ และสัญลักษณ์ แห่งชาติพันธุ์ ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละชนเผ่า

4. กรีดผิวหนังให้เป็นแผลเป็น

+++

4. กรีดผิวหนังให้เป็นแผลเป็น1

+++

 

4. กรีดผิวหนังให้เป็นแผลเป็น2

+++

4. กรีดผิวหนังให้เป็นแผลเป็น3

+++

4. กรีดผิวหนังให้เป็นแผลเป็น4

+++

4. กรีดผิวหนังให้เป็นแผลเป็น5

 

5. การรัดศรีษะ
ประเพณีการรัดศรีษะ เกิดขึ้นมายาวนานไม่ต่ำกว่า 9,000 ปีก่อนคริสตกาล ในแถบแอฟริกา และทางตอนบนของอเมริกาใต้ การรัดศรีษะ คือการเปลี่ยนรูปร่างของกะโหลกศรีษะให้ผิดธรรมชาติ เช่นให้ยาวขึ้น สูงขึ้น หรือแบนขึ้น โดยใช้วิธีรัดศรีษะด้วยเชือกควั่น กดทับด้วยไม้กะดาน โดยเริ่มทำตั้งแต่ยังเป็นทารกขณะที่กระโหลกยังไม่แข็งแรง เพื่อแสดงถึงสถานะทางสังคม

5. การรัดศรีษะ

+++

5. การรัดศรีษะ 2.5

+++

5. การรัดศรีษะ 2

+++

5. การรัดศรีษะ 3

+++

5. การรัดศรีษะ 5

+++

5. การรัดศรีษะ 6

+++

5. การรัดศรีษะ 7

 

คิดเห็นอย่างไรล่ะ?

แบ่งปัน